สตรีฐานะมารดาตามหลักค าสอนพุทธศาสนาในสังคมไทยปัจจุบัน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์1) เพื่อศึกษาสตรีฐานะมารดาในพระพุทธศาสนา
2) เพื่อศึกษาสตรีฐานะมารดาในสังคมไทยปัจจุบันและ 3) เพื่อเสนอรูปแบบของสตรีฐานะมารดาที่พึงประสงค์ตามหลักคำสอนพระพุทธศาสนาในสังคมไทยปัจจุบันซึ่งเป็นการวิจัย
เชิงคุณภาพโดยศึกษาข้อมูลจากพระไตรปิฎกเอกสารหนังสืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องและข้อมูลจากภาคสนามโดยใช้วิธีสัมภาษณ์เชิงลึกแล้วรวบรวมเรียบเรียงและนำเสนอผลการวิจัยด้วยการวิเคราะห์เชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่าสตรีฐานะมารดาในพระพุทธศาสนาได้แก่หญิงผู้ให้กำเนิดบุตรเมื่อให้กำเนิดบุตรแล้วได้ชื่อว่ามารดา (มาตา)และมารดา (รวมเอาบิดาด้วย) ได้ชื่อว่าทิศเบื้องหน้าเพราะเป็นผู้อุปการะแก่บุตรมาก่อนคือท่านผู้อนุเคราะห์แก่บุตร 5ประการคือ 1) ห้ามปรามจากความชั่ว2) ให้ตั้งอยู่ในความดี3) ให้ศึกษาศิลปวิทยา 4) หาคู่ครองที่เหมาะสมให้ 5) มอบทรัพย์สมบัติให้ในโอกาสอันสมควรหากกล่าวถึงบทบาทที่มีต่อบุตรมี 2 บทบาทคือบทบาททางธรรมเป็นการห้ามปรามจากความประพฤติชั่วทางกายวาจาและใจนอกจากนี้ยังมีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่บุตรและบทบาททางโลกเป็นการให้ศึกษาศิลปวิทยาการต่างๆหาคู่ครองที่เหมาะสมมอบทรัพย์สมบัติในโอกาสอันควรซึ่งเป็นการให้บุตรมีวิชาความรู้และความสามารถดำเนินชีวิตเป็นสัมมาอาชีวะติดตัวไปจนกว่าจะสิ้นชีวิต
สตรีฐานะมารดาในสังคมไทยปัจจุบันสตรีหมายถึงผู้หญิง,เพศหญิง,สตรีเพศที่มีความสำคัญที่จะนำพาครอบครัวสังคมประเทศชาติไปสู่การพัฒนาที่มีความสุขปราศจากปัญหาบทบาทของสตรีในสังคมไทยได้แก่ 1) ความเป็นแม่ 2) ความเป็นแม่บ้าน 3) ความมีเอกลักษณ์ของกุลสตรีไทยและ4) ความใฝ่ฝึกฝนสู่ความเป็นภาวิตชนส่วนบทบาทของสตรีฐานะมารดาได้แก่ 1)บทบาทด้านการอบรมเลี้ยงดูบุตร 2) บทบาทด้านการแก้ปัญหา
3) บทบาทด้านการหาเลี้ยงครอบครัวและ 4) บทบาทด้านการเป็นแบบอย่างทางสังคมนอกจากนี้ยังพบปัญหาที่เกิดจากสตรีฐานะมารดาในสังคมไทยปัจจุบันได้แก่ 1) ปัญหาเกิดจากความเครียดทางอารมณ์ 2) ปัญหาที่เกิดจากการคลอดบุตรซึ่งปราศจากความช่วยเหลือจากทางการแพทย์ 3) ปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม 4) ปัญหาความยากจนรูปแบบของสตรีฐานะมารดาที่พึงประสงค์ตามหลักคำสอนพระพุทธศาสนาในสังคมไทยปัจจุบันมารดาในปัจจุบันคือบุคคลที่สำคัญที่สุดที่จะปลูกฝังแนวคิดเจตคติและค่านิยมเกี่ยวกับบทบาทของมารดาให้แก่คนทั้งโลกเพราะมารดาทั้งโลกเป็นผู้อบรมสอนซึ่งจะเป็นพลเมืองของโลกปัจจุบันและอนาคตต่อไปมารดาทั้งหลายจะต้องเริ่มบทบาทในการพัฒนาและปฏิรูปการอบรมสั่งสอนลูกเพื่อปลูกฝังเจตคติให้สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน
จากการสัมภาษณ์แม่ดีเด่นปีพ.ศ. 2560 ทั้ง 20 คนที่อยู่ในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลของจังหวัดขอนแก่นทุกคนมีรูปแบบการอบรมสั่งสอนบุตรตามหลักพระพุทธศาสนาคือใช้หลักทิศ 6 หลักพรหมวิหาร 4 สังคหวัตถุ 4 และยังพบว่ามารดาบางคนมีการอบรมสั่งสอนบุตรโดยมีศีล 5 เป็นหลักธรรมด้วยกล่าวได้ว่าเป็นรูปแบบที่พึงประสงค์สามารถนำไปเป็นแบบอย่างที่ดีแม้ว่าบางคนจะทำงานแต่ก็ไม่ปล่อยปละละเลยหน้าที่ส่วนบุตรของแต่ละครอบครัวก็ประสบความสำเร็จเรียนจบทำงานในตำแหน่งที่ดีตามความคาดหวังทำให้มารดาเกิดความสุขบุตรมีความเข้มแข็งและเป็นคนดีของสังคมดังนั้นบทบาทและหน้าที่ของมารดามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
of the family success in Buddhism: A case study of the air force
house-wives. Graduate School: Mahachulalongkornrajavidyalaya
University.
Tassanee Puwarat. (1986). The study of attitude and role of men in family and
their impacts on women development. A Thesis in Master of Social
Work. Bangkok: Thammasat University Press.
Pranee Surasit. (1984). The doctrines to Thai women in Thai literature before
the period of Western influences. A Thesis in Master of Education.
Bangkok: Srinakharinwirot University.
Pratammagohsaajaan, (P.A. Payutto). 2010. A Mother’s Love Ban.
Bangkok:Thammasapa Press.
PhraThammapidok (P.A. Payutto). (2000). Perfect Life. (5
th ed.). Bangkok:
Sahadhammik.
PhraBrahmagunabhorn (P.A. Payutto). 2007. A Value People. Bangkok:
Pimsuay Company Limited.
Pramahasuchart Nathokkaro (Buakkuntod). (2002). An Analytical Study of the
Puttasangaha (Cherishing of Children) and Darasangaha
(Cherishing of Wife) in Theravada Buddhism. A Thesis in Master of
Buddhist Studies. Graduate School: Chulalongkorn University.
The National Council of Women of Thailand Under The Royal Patronage of
Her Majesty The Queen. (2012). The 10th anniversary of Thai
Women’s Day. Bangkok: Thai Wattanapanit.
Sowit Bumrungpak and Homhuan Buarabha. (2017). Atta (Self) in Buddhist
Saying and Anatta Philosophy. Humanities and Social Sciences
Journal, 34(1), 270-290.