รูปแบบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง

Main Article Content

สมบัติ โพธิ์หล้า
เสาวลักษณ์ โกศลกิตติอัมพร
สัญญา เคณาภูม

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สังเคราะห์กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง 3)สร้างรูปแบบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและ4) ยืนยันรูปแบบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยศึกษาจากปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ คือ ปัจจัยด้านบุคคลด้านระบบกลไก และด้านสภาพแวดล้อมวิธีการดำเนินการวิจัย ใช้แบบผสมผสาน (Mixed Method Research) โดยการนำเอาการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ มาประยุกต์และผสมผสานเข้าด้วยกันมี3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เป็นการสังเคาระห์แนวคิดทฤษฎี กำหนดกรอบแนวคิด และนำแบบสอบถามไปวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ ระยะที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อสร้างรูปแบบและระยะที่ 3 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อยืนยันรูปแบบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา


           ผลการวิจัยพบว่าจากการสังเคาระห์แนวคิดทฤษฎีการบริหาร กำหนดกรอบแนวคิด เป็น 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) ปัจจัยด้านบุคคล 2) ปัจจัยด้านระบบกลไกและ 3) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางโดยรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (=3.97 ) และเมื่อพิจารณาเป็นรายปัจจัยเรียงลำดับได้ดังนี้ คือ ปัจจัยด้านระบบกลไก มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (=4.06 ) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (=4.05 ) และปัจจัยด้านบุคคล มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (= 3.80 ) ตามลำดับรูปแบบประสิทธิผลของการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางมี 3องค์ประกอบหลักดังนี้ 1) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม2) ปัจจัยด้านบุคคลและ 3) ปัจจัยด้านระบบกลไก การยืนยันรูปแบบประสิทธิผลของการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง โดยบุคคลผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา พบว่าความเหมาะสมของรูปแบบประสิทธิผลของการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (=4.81) เมื่อพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุดทุกองค์ประกอบ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุดทุกองค์ประกอบ พบว่าองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ องค์ประกอบด้านบุคคล (=4.90) รองลงมา คือองค์ประกอบด้านระบบกลไก (=4.75) ส่วนองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ องค์ประกอบด้านสภาพแวดล้อม (=4.70)จากผลการวิจัยดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมมีค่าสัมประสิทธิ์เส้นทางสูงที่สุด รองลงมาปัจจัยด้านบุคคลและปัจจัยด้านระบบกลไกส่งผลต่อการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางดังนั้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางควรส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการและให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ได้แก่ การใช้สื่อเทคโนโลยี สภาพแวดล้อมทางกายภาพและวัฒนธรรมองค์กร ปัจจัยด้านบุคคลในเรื่องจัดการคนเก่งการจัดการเรียนรู้ และการศึกษาภูมิหลังของนักเรียนเพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลในการปรับปรุง พัฒนาเป็นรายบุคคล


           ดังนั้นรูปแบบประสิทธิผลของการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางที่พัฒนาขึ้นในครั้งนี้ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาอื่นจึงสามารถนำไปประยุกต์ในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาได้ตามความเหมาะสมและความต้องการจำเป็น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โพธิ์หล้า ส. ., โกศลกิตติอัมพร เ., & เคณาภูม ส. . (2019). รูปแบบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 6(2), 360–373. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/243595
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Ministry of Education. (2008). Measurement and Evaluation of Learners'
learning According to the Objectives of the Basic Education Core
Curriculum BE 2551. Online. Retrieved October 22, 2018.
from:http://www.moe.go.th/moe/th/home
National Institute of Educational Testing Service (Public Organization)
(2013). Ordinary National Educational Test. Online. Retrieved
January 21, 2018. from: https://www.niets.or.th
Office of the Education Council. (2009). Education Reform in the Second
Decade (2009-2018). Online. Retrieved October 2, 2018. from:
http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?
NewsID=14467&Key=hotnews
Pornsak Jina. (2012). "Result-Based Management : (RBM)" Article
inEducational Administration Wongchavalitkul University.
Online.Retrieved October 2, 2018. from:
http://www.surat3.go.th/home/0003.php?name
=news3&file=readne ws3&id=9#
Sudawan Khrueangpanich. (2006). Report on Monitoring and Evaluation of
Curriculum use Secondary Education Institutions. Bangkok: Kurusapa
Printing House.
Weerayut Chatakan. (2008). Management Techniques for Professional
Education Executives. Bangkok: Chulalongkorn University Press.