การศึกษาวัฒนธรรมสัมพันธ์ระหว่างใบเสมาหิน กับวิถีชีวิตชุมชนชาวพุทธในจังหวัดชัยภูมิ

Main Article Content

พระครูปลัดพีระพันธ์ ธมฺมวุฑฺโฒ

บทคัดย่อ

         การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษากำเนิดและพัฒนาการวัฒนธรรมใบเสมาหินในพระพุทธศาสนา 2) เพื่อศึกษาวิถีชีวิตชุมชนชาวพุทธในจังหวัดชัยภูมิ3) เพื่อศึกษาวัฒนธรรมสัมพันธ์ระหว่างใบเสมาหินกับวิถีชีวิตชุมชนชาวพุทธในจังหวัดชัยภูมิ  เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากการสังเกตอย่างมีส่วนร่วมและสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้างจากประชากรกลุ่มเป้าหมายของพื้นที่ใช้ในการศึกษา และนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าในแบบพรรณนาเชิงวิเคราะห์


         ผลการวิจัยพบว่า ใบเสมาหินสร้างขึ้นจากบทบัญญัติทางพระพุทธศาสนา
ในพระวินัยเรื่องของการนำแผ่นหินเป็นนิมิต ได้รับอิทธิพลรูปทรงจากศิลปะในสมัยปาละ-เสนะของอินเดีย ผสมผสานกับแนวคิดการปักแท่งหินสลักรูปเสาเสมาธรรมจักรในสมัย
พระเจ้าอโศกมหาราช โดยนำเรื่องราวทางพระพุทธศาสนามาสร้างสรรค์และนำเสนอ
เป็นภาพแกะสลักบุคคลผสมผสานกับการคิดค้นลวดลายต่างๆ พัฒนารูปทรงใบเสมาหิน
จนเป็นเอกลักษณ์ เริ่มต้นขึ้นในอาณาจักรทวาราวดี  สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์เรื่อยมา มีการผสมผสานปรับปรุงกันเรื่อยมาทั้งในวัฒนธรรมมอญและวัฒนธรรมขอม กลายเป็นหลักฐานที่บันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม การแต่งกาย ภาษา วรรณกรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และอารยธรรมทางพระพุทธศาสนาเถรวาทของชุมชน


         วิถีชีวิตของชาวชัยภูมิ เป็นชุมชนเกษตรกรรมและการล่าสัตว์ ดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบสุข เรียบง่าย คนในชุมชนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาและมีความเชื่อเรื่องผี
มีวัฒนธรรมที่การผสมผสานกับหลักปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาที่มาพร้อมกับวัฒนธรรมอินเดีย วัฒนธรรมทวารวดีภาคกลาง วัฒนธรรมขอมพระนคร และวัฒนธรรมลาวรวมเข้ากับประเพณีพิธีกรรมดั้งเดิมของท้องถิ่นทำให้เกิดพิธีกรรมและประเพณีต่างๆ คือ การรำผีฟ้า  การแห่นาค บุญกระธูป พิธีสรงน้ำพระธาตุ สรงน้ำใบเสมาหิน พิธีแห่น้ำกาบแก้วบัวไขมาลัยกิ่งมิ่งเมืองกาหลง โฮมบุญฮดสรงองค์พระศรีศิลาแลง (พระใหญ่ทวารวดี) รวมถึงงานฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล บุญเดือนหกหนองปลาเฒ่า ซึ่งในปัจจุบันก็ยังยึดถือปฏิบัติกันทุกปี  ความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตชุมชนกับใบเสมาหินในจังหวัดชัยภูมิ มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา ความเชื่อ ความศรัทธา ศิลปกรรม ประเพณี พิธีกรรม ภาษา ตัวอักษร วรรณกรรม และการแต่งกาย  เป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดในระดับของเครือญาติและมีอิทธิพลระหว่างกัน ทำให้ประชาชนในชุมชนปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ได้จากการค้นคว้าองค์ความรู้จากใบเสมาหินเพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตภายใต้ความเชื่อในวัฒนธรรมอย่างเดียวกัน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ธมฺมวุฑฺโฒ พ. (2019). การศึกษาวัฒนธรรมสัมพันธ์ระหว่างใบเสมาหิน กับวิถีชีวิตชุมชนชาวพุทธในจังหวัดชัยภูมิ. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 6(2), 157–168. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/243526
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Chalit Chaikhanchit. (1988). Development of Early E-san Community.
Bangkok: Art and Culture Printing.
Charat Phayakkharatsak. (1991). Isan 1 Satsana Lae Wannakam Niyom Nai
Thongthin. Bangkok: O S Pinting House.
HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn. (1981). Ten Glory in Theravada
Buddhism. Thesis Master of Arts, Graduate School: Chulalongkorn
University.
Mahachulalongkornrajavidyalaya University. (1996). Thai Tripitaka : Thai
Version. Bangkok: Mahachulalongkornrajavidyalaya Press.
Nanthawan Laolitthi. (2012). Chaiyaphum in the Past. Nonthaburi: S.P.V.
Princess.
Office of Natural Resources and Environmental Policy and Planning of
Chaiyaphum Provincial Nature Conservation and Art Center Satree
Chaiyaphum School. (2005). A Study Report to Declare Nature and
Arts Conservation Area. Chaiyaphum: Satrichaiyaphum School.
Philosophy
Ethic Arts
Culture
Enlighten
ment
Padisorn Phensud. (MR.p.). (2009). Analysis of engravings of
Widhurabunditta on Dvaravati Dummy part of E-San. Bangkok:
Damrong academic Printing.
Somkiet Lophetcharattana. (2013). Lopburi Art and Davaravati Art in
Thailand. Bangkok: Ammarin Printing and Publishing.
Srisak Wanliphodom. (1997). The Kingdom of Thailand in the Five Decades
of Reign. Bangkok: Division of Literature and Literature History
Fine Arts Department.
Sukanya Baonid. (2002). Archaeological excavation year of 2002
Archaeological sites at Muengbua Village. Muengbua Sub-District
Kasetwisai District Roi-Ed Province. Ubonratchathani: Office of
Archaeological and National Museum 8 Ubonratchathani.
Suwilai Premsrirattana et al., (2006). Yorhkura Mon ancient in Thephsathit.
Bangkok: O.S.Printing house Ltd.
Thida Saraya. (1989). (Sri) Dvaravati: Early history of Siam. Bangkok:
Muengboran Princess.
Udom Buasri. (1991). History and prosperity of Buddhism in the Northeastern
in E-San period of Buddhism. Khonkaen: Khonkaen University.
Wiroth Srisuro. (1993).Folk Culture: Fine Arts. (2
nd ed.).Bangkok:
Chulalongkorn University Princess.