ปัจจัยและกระบวนการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั้งยืนของประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ด

Main Article Content

สุทธิพันธ์ อรัญญวาส
อภิชญา พรรณศรี
เยาวนิตย์ อรัญญวาส

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยเกื้อหนุนต่อการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืนของประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ด 2) ศึกษาบทบาทของพระสงฆ์ต่อการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืนของประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ด 3) ศึกษากระบวนการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืนของประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ด ดำเนินการด้วยระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน พระสงฆ์ และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 35 รูป/คน


          ผลการวิจัย พบว่า


  1. ปัจจัยเกื้อหนุนต่อการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืนของประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ด ได้แก่ 1) ผู้นำชุมชนที่มีความรู้ ความสามารถ 2) การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของประชาชน 3) การบริหารจัดการ 4) การเรียนรู้ร่วมกันของชุมชน 5) ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมชุมชน และ 6) การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชน

  2. บทบาทของพระสงฆ์ต่อการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืนของประชาชนและองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า พระสงฆ์เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในชุมชนอย่างมาก เนื่องจากประชาชนในเขตพื้นที่นี้ทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ วัฒนธรรมชุมชน ขนบธรรมเนียม ประเพณีต่างๆ จึงยึดถือปฏิบัติตามแนวพระพุทธศาสนา พระสงฆ์จึงเข้าไปเกี่ยวข้องและมีบทบาทในวิถีชีวิตของชุมชน ดังนั้นบทบาทของพระสงฆ์จึงกลายเป็นผู้นำชุมชนโดยธรรมชาติ นอกจากด้านพิธีการทางสงฆ์ตามวิถีชีวิตของชุมชนแล้ว พระสงฆ์ยังมีบทบาทเข้าไปเกี่ยวข้องในกิจกรรมด้านอื่นๆ ของชุมชน เช่น การพัฒนาสาธารณะประโยชน์ที่ชุมชนใช้ร่วมกัน บทบาทของพระสงฆ์ต่อการพัฒนาชุมชนโดดเด่น ได้แก่ การเผยแผ่ และการสาธารณะสงเคราะห์

  3. กระบวนการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืนของประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า การสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน พร้อมทั้งทำความเข้าใจให้รู้จักพึงตนเอง สร้างจิตสำนึกให้รู้จักคุณค่าของการมีชีวิตที่พอดี รู้จักคุณค่าของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เน้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชน โดยการหาวิธีการแก้ปัญหาและการกำหนดทิศทางข้างหน้าของชุมชน เพื่อสามารถนำมาปรับใช้และเป็นพื้นฐานให้เกิดการเรียนรู้เพิ่มขึ้นต่อไป และสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยมีเป้าหมาย คือ ชุมชนต้องสร้างกิจกรรมการพัฒนาต่าง ๆ ขึ้นมาจากการมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชน โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1) การประชุม เพื่อปรึกษาหารือมีข้อตกลงร่วมกัน 2) การกำหนดนโยบายการพัฒนาหรือการวางแผนงานพัฒนาแบบมีส่วนของชุมชน 3) นำนโยบายไปสร้างกระบวนการพัฒนาและดำเนินการ และ 4) ประเมินผลหรือการตรวจสอบโดยคนในชุมชนมีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อรัญญวาส ส., พรรณศรี อ. ., & อรัญญวาส เ. . (2020). ปัจจัยและกระบวนการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั้งยืนของประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 7(4), 361–375. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/241988
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กฤษฎา บุญชัย. (2546). สู่การปฏิรูปฐานทรัพยากร. กรุงเทพมหานคร : โครงการยุทธศาสตร์นโยบายฐานทรัพยากรคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.

กาญจนา แก้วเทพ. (2538). การพัฒนาแนววัฒนธรรมชุมชน. กรุงเทพมหานคร : สภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา.

กาญจนา แก้วเทพ. (2530). การพึ่งตนเองศักยภาพในการพัฒนาชนบท. กรุงเทพมหานคร : รุ่งเรืองสาสน์การพิมพ์.

คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ (กสส.) (2537). นโยบายและแผนงานหลักสตรีระยะยาว (พ.ศ. 2535-2554). กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์พริ้นติ้ง.

คมสัน หุตะแพทย์. (2527). พัฒนาสังคมรวมบทความด้านการพัฒนาสังคมขององค์การพัฒนาเอกชน, ม.ป.ท.

จิตติ มงคลชัยอรัญญา. (2540). การศึกษาชุมชนเพื่อการพัฒนา. เอกสารประกอบการเรียนภาควิชาการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร : คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

จิตจำนงค์ กิติกีรติ. (2532). การพัฒนาชุมชน : การมีส่วนร่วมของประชาชนในงานพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร.

จิรวรรณ ภักดีบุตร. (2546). ผู้นำทางสาธารณะประโยชน์และประชาสังคม ไพบูลย์ วัฒนศิริ ธรรม นักพัฒนาผู้นำสังคม. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคมสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง. (2526). การบริหารการพัฒนาชนบท. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์.

ชัยอนันต์ สมุทวณิช. (2540). วัฒนธรรมคือทุน. กรุงเทพมหานคร : บริษัทสุขุมและบุตร จำกัด.