ความเครียดและวิธีเผชิญความเครียดของนักศึกษาสาธารณสุข

Main Article Content

อ้อยทิพย์ บัวจันทร์
เทพไทย โชติชัย
สมฤทัย ผดุงผล
กิรณา แต้อารักษ์
ชลการ ทรงศรี

บทคัดย่อ

           การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเครียด วิธีเผชิญความเครียด ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดและแนวทางการป้องกันความเครียดของนักศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามในนักศึกษาสาธารณสุข จำนวน 132 คน วิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด สถิติ Chi-Square test และ Fisher’s exact test


          ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความเครียด ร้อยละ69.70ส่วนใหญ่มีความเครียดในระดับสูง ร้อยละ 71.74 วิธีเผชิญความเครียดที่ส่วนใหญ่ปฏิบัติเกือบทุกครั้ง คือ การคิดหาวิธีการต่างๆเพื่อแก้ปัญหาหรือควบคุมสถานการณ์ ร้อยละ 28.26 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value<0.05) ได้แก่ งานที่ได้รับมอบหมายมาก


          เกินไป และสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่ไม่เอื้อต่อการเรียนการสอนสำหรับแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดความเครียดขึ้นนั้น ส่วนใหญ่ระบุว่าต้องไม่คิดมาก ร้อยละ 26.47ส่วนวิธีลดความเครียดที่ระบุมากที่สุด คือ ฟังเพลงร้อยละ 38.24จากผลการวิจัยมีข้อเสนอแนะว่าผู้เกี่ยวข้องกับนักศึกษาควรจะจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษา รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม นอกจากนั้นยังควรมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตของนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บัวจันทร์ อ. ., โชติชัย เ. ., ผดุงผล ส. ., แต้อารักษ์ ก., & ทรงศรี ช. . (2020). ความเครียดและวิธีเผชิญความเครียดของนักศึกษาสาธารณสุข. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 7(2), 193–203. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/240370
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต. (2560). ปัญหาสุขภาพจิตในประเทศไทย.เรียกใช้เมื่อ 19 กันยายน 2561 จากwww.prdmh.com.
จารุชา บรรเจิดถาวร และภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์. (2562). ความเครียดและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดของนิสิตปริญญาตรีที่ได้รับทุนการศึกษาในคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย. จุฬาลงกรณ์เวชสาร, 1(2), 191-203.
ณรงค์ ใจเที่ยง. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการจัดการความเครียดสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเกริก. ในวิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเกริก.
นภัสกร ขันธควร. (2558). ความเครียดและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดของนิสิตชั้นปีที่ 1ระดับปริญญาตรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ในวิทยานิพนธ์วิทยาศาตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
เบญจวรรณ วงศ์ปราชญ์. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดและการเผชิญความเครียดของนักเรียนพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก. วารสารพยาบาลกองทัพบก, 19(2), 201-
210.
พนิดา สังฆพันธ์. (2556). ความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตของนักศึกษาสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วารสารสัตวแพทยศาสตร์ มข., 3(2), 1-14.
มณฑา ลิ้มทองกุล. (2562). สาเหตุความเครียด วิธีเผชิญความเครียด และผลที่เกิดขึ้นในนักศึกษาพยาบาล. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 2(15), 192-205.
สถาบันรามจิตติ. (2556). Spirituality in Healthcare: Perspectives Child Watch2011-2012. เรียกใช้เมื่อ 19 กันยายน 2561จากwww.teenpath.net/download.asp?ID=2342.
สืบตระกูล ตันตลานุกูล และปราโมทย์ วงศ์สวัสดิ์. (2560). ความเครียดและการจัดการความเครียดของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุตรดิตถ์, 9(1), 81-92.
สิริทรัพย์ สีหะวงษ์ และคณะ. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดของนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. วารสาร มฉก.วิชาการ, 21(42), 80-93.
ศริญญา จริงมาก. (2562). ความชุกและการจัดการความเครียดของนักศึกษาชั้นปีที่ 1มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี. วารสารพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น,6(1),43-56.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2552). ชีวสถิติสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. ขอนแก่น: คลังนานา.
อัมพร โอตระกูล. (2538). สุขภาพจิต.กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.
Jalowice, A. at al. (1989). Psychometric assessment ofthe Jalowiec Coping Scale. Nursing Research
Lazarus, R.S. and S. Folkman.(1984). Stress, Appraisal, and Coping. New York: Springer Publishing Company Inc.
Slavin, R. E. (1995). Cooperative learning : theory, research and practice. 2d ed. Massachusetts : Needham Hieghts.