ความแข็งแกร่งในชีวิตและความเครียด ของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 1 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความแข็งแกร่งในชีวิต ความเครียดและความสัมพันธ์ระหว่างความแข็งแกร่งในชีวิตและความเครียดของนักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 1 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ ประชากรที่ศึกษาเป็นนักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 1 จำนวน 111 คน เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือน มีนาคม 2560 โดยใช้แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบประเมินความแข็งแกร่งในชีวิต 28 ข้อ และแบบวัดความเครียดสวนปรุงชนิด 20 ข้อคำถาม ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.75 และ 0.73 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป นำเสนอโดยใช้ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ ค่าต่ำสุดและค่าสูงสุด และการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า
ประชากรที่ศึกษาส่วนใหญ่มีความแข็งแกร่งในชีวิตอยู่ในระดับต่ำ ร้อยละ 55.0 รองลงมาคือระดับปานกลาง ร้อยละ 30.6 และระดับดี ร้อยละ 14.4 ตามลำดับ ค่ามัธยฐานของคะแนนความแข็งแกร่งในชีวิตเท่ากับ 64.0 คะแนน (พิสัยระหว่างควอร์ไทล์=30.0) โดยมีคะแนนต่ำสุด 51 คะแนน และสูงสุด 135 คะแนน และประชากรส่วนใหญ่มีความเครียดอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 64.0 รองลงมาคือระดับรุนแรง ร้อยละ 23.4 และระดับปานกลาง ร้อยละ 12.6 ตามลำดับ ค่ามัธยฐานของคะแนนความเครียดเท่ากับ 55.0 คะแนน (พิสัยระหว่างควอร์ไทล์=13.0) โดยมีคะแนนต่ำสุด 28 คะแนน และสูงสุด 89 คะแนน และพบว่าความแข็งแกร่งในชีวิตมีความสัมพันธ์กับความเครียดในระดับปานกลางในทิศทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความผิดพลาดไม่เกินร้อยละ 5 (rrho = -0.321 , p-value =0.001)
ผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนในการพัฒนาการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในชีวิตให้แก่นักศึกษา และในกลุ่มที่ประเมินและพบว่ามีความแข็งแกร่งในชีวิตในระดับต่ำ ควรมีการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อค้นหาปัจจัยและวางแผนในการให้การดูแล ในส่วนของสถาบันการศึกษาควรให้การช่วยเหลือนักศึกษาในการลดความเครียด และเพิ่มความแข็งแกร่งในชีวิต เช่น มีการจัดระบบอาจารย์ปรึกษา การจัดระบบพี่สอนน้อง สนับสนุนให้ครอบครัวได้มีส่วนร่วม เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตในนักศึกษา
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Juntima Todsanit and Chantana Klomjit. (2011). The Results of Competence in Counseling Development Program for
Youth Counselors. Journal of Education Khon Kaen University (Graduate Studies Research), 5(1), 22-26.
Lazarus, R. and Folkman, S. (1984). Stress,appraisaland coping. New York : Springer Publishing Company.
Patcharin Nintachan and others. (2011). Resilience and Stress Among Nursing Student at Ramathibodi School of
Nursing. The Journal of Psychiatric Nursing and Mental Health, 25(1), 1-13.
Patcharin Nintachan and others. (2017). Factors predicting resilence in underprivileged adolescents. The Journal of
Psychiatric Nursing and Mental Health, 31(1), 13-28.
Penpilai Rithakananone .(2007). Human development . Bangkok : Chulalongkorn University.
Somdee Ananpatiwet and others. (2011). A Comparison Study of Resilience Quotient (RQ) Before andAfter Mental
Health & Psychiatric Nursing
Practicum AmongJunior Nursing Students, St Theresa International College. Journal of Nursing and Education, 4(1),
38-51.
Tusana Thaweekoon and others. (2013). Factors Predicting Stress in Graduate Nursing Students . Nursing Journal of
The Ministry of Public Health, 22(3), 1-11.