แนวคิดผีฟ้าในเชิงปรัชญาของชุมชนบ้านนาเสียว ตำบลนาเสียว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

Main Article Content

จีราภรณ์ จันทร์โฉม
สุวิน ทองปั้น
จรัส ลีกา
อัจฉริยะ วงษ์คำซาว

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาแนวคิดผีฟ้า ๒) เพื่อศึกษาแนวคิดผีฟ้าของชาวชุมชนบ้านนาเสียว ตำบลนาเสียว อำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิและ ๓) เพื่อศึกษาแนวคิดผีฟ้าในเชิงปรัชญาของชาวชุมชนบ้านนาเสียว ตำบลนาเสียว อำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบสังเกต และแบบสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลหลักได้แก่ ผู้ประกอบพิธีกรรม ผู้ป่วย และผู้มีส่วนร่วม จำนวน ๑๘ คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการพรรณนาตามหลักอุปนัยวิธี


ผลการศึกษาวิจัยพบว่า


    ความเป็นมาแนวคิดผีฟ้ามีพื้นฐานมาจากความเชื่อ ๓ แนวคิด คือ ๑) แนวคิดของศาสนาพราหมณ์ในเรื่องพระพรหมเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง ส่วนพราหมณ์จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างพระพรหมกับมนุษย์ ๒) แนวคิดเรื่องผีของชาวอีสานชาวอีสานมีความเชื่อเรื่องพญาแถนซึ่งเป็นผีหรือเทพพระเจ้าสูงสุดและเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งและ๓) แนวคิดของพระพุทธศาสนาในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดถ้าใครทำบุญตายไปจะไปเกิดบนสวรรค์ ถ้าใครทำบายตายไปจะเกิดในนรก ดังนั้นแนวคิดผีฟ้ามาจากการหล่อหลอมแนวคิดทั้งสามแนวคิดเข้าด้วยกันคือแนวคิดเรื่องพระพรหมเป็นเทพพระเจ้าแห่งผู้สร้าง แนวคิดพญาแถนเป็นเทพพระเจ้าแห่งผู้สร้างและแนวคิดเรื่องพระอินทร์พระพุทธศาสนา  


    แนวคิดผีฟ้าของชาวชุมชนบ้านนาเสียว ตำบลนาเสียว อำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิชาวบ้านนาเสียวเชื่อว่าผีฟ้ามีอยู่จริงและความเชื่อนี้มีมาตั้งแต่สมัยที่จังหวัดชัยภูมิยังตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรล้านช้าง ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ได้ส่งเจ้าพ่อพระยาแลจากนครเวียงจันทน์มาปกครองเมืองชัยภูมิ และเจ้าพ่อพระยาแลก็ได้นำเอาผีฟ้ามาจากเวียงจันทน์ จุดประสงค์ที่นำผีฟ้ามาด้วยเพื่อให้ผีฟ้ามาปกปักรักษาทหารและชาวประชา (คนชัยภูมิ) และความเชื่อเกี่ยวกับผีฟ้ายังสืบทอดมาจึงปัจจุบันนี้ชาวบ้านนาเสียวจึงมีพิธีกรรมต่างๆ ในการบวงสรวงเพื่อสื่อสารกับผีฟ้า


แนวคิดผีฟ้าในเชิงปรัชญาของชาวชุมชนบ้านนาเสียว ผีฟ้าถ้าศึกษาในเชิงปรัชญาก็จะเป็นการศึกษาในแง่ของอภิปรัชญา เพราะอภิปรัชญาคือสาขาที่ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นนามธรรมหรือสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า แต่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยเหตุผลหรือประสาทสัมผัสที่หก (จิต) ดังนั้นผีฟ้าในเชิงปรัชญาสามารถอธิบายได้ใน ๓ ทัศนะคือ ๑) ทัศนะพุทธปรัชญา ในทางพระพุทธศาสนาเชื่อว่าพระอินทร์มีจริงซึ่งมีอยู่ในภาพของจิต ๒) ทัศนะชาวอีสานเชื่อว่าผีฟ้าหรือพญาแถน มีอยู่จริงในฐานะเป็นเทพพระเจ้าสูงสุดเป็นผู้มีอำนาจ และเป็นผู้สร้าง๓) ทัศนะพราหมณ์ พราหมณ์มีความเชื่อว่าพระพรหมเป็นเทพพระเจ้าแห่งผู้สร้างพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ จักรวาลและสรรพสิ่งในจักรวาล ดังนั้นผีฟ้าในความหมายของชาวชุมชนบ้านนาเสียว หมายถึง พระอินทร์ในพระพุทธศาสนา พญาแถนของชาวอีสาน และพระพรหมของพราหมณ์ทั้งสามทัศนะได้ยืนยันถึงแนวคิดของตนว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง มีว่าจะเป็นเรื่องการมีอยู่ของพระอินทร์ การมีอยู่ของผีฟ้าและการมีอยู่ของพระพรหม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จันทร์โฉม จ., ทองปั้น ส., ลีกา จ. ., & วงษ์คำซาว อ. . (2019). แนวคิดผีฟ้าในเชิงปรัชญาของชุมชนบ้านนาเสียว ตำบลนาเสียว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 6(4), 328–340. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/219423
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

YutthaphaTechakaew, "Rituals and beliefs of the ghost in the northeast", Master of Education Thesis, (Graduate School: Chiang Mai University, 1997)
PraneeWongthes. Society and Culture in Southeast Asian.Kangkok. Reankweaw. 2000.
SayyaSayyasavivat. Sociological Theories, Creation of Valuation and Utilization, Kangkok.
Chawpraya. 2000.
PhramahaprayongChandeang. A Comparative Study of the Status of Deity in the Suthatapitaka Scriptures and the Vedas and Beliefs of Deity in Thai Society. Master of Arts Thesis (Graduate School : Mahidol University, 1991)