ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียน สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความต้องการจำเป็นและพัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูผู้ปฏิบัติการสอน รวมจำนวน 434 คนใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของ Krejcie และMorganเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือแบบสอบถามและแบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของยุทธศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ใช้สถิติการแจกแจงความถี่หาค่าร้อยละค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและวิเคราะห์ลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นด้วยค่าดัชนี PNI Modified
ผลการวิจัย
1.การวิเคราะห์ความสำคัญของความต้องการจำเป็นโดยดัชนี Modified Priority Needs Index (PNI Modified) โดยภาพรวม พบว่า ประเด็นที่มีความต้องการจำเป็นในระดับสูงได้แก่ ด้านผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงรองลงมา ได้แก่ ด้านการปรับเปลี่ยนให้เกิดความก้าวเหน้าในองค์กร เป็นจุดอ่อนของสภาพการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนประเด็นที่มีความต้องการจำเป็นในระดับต่ำได้แก่ ด้านการตัดสินใจร่วมในการสร้างวิสัยทัศน์ รองลงมา ได้แก่ ด้านการคิดเชิงระบบ ด้านการเรียนรู้ร่วมกัน ตามลำดับ
- 2. การพัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์
2 คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ยุทธศาสตร์ที่ 2 เปลี่ยนแปลงครูมุ่งสู่ความก้าวหน้าในองค์กรยุทธศาสตร์ที่ 3เสริมสร้างจรรยาบรรณวิชาชีพครูสู่เป้าหมายองค์กรแห่งการเรียนรู้
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมการแสวงหาความรู้ ยุทธศาสตร์ที่ 5 เรียนรู้ร่วมกันสร้างสรรค์วัฒนธรรมเป็นทีมยุทธศาสตร์ที่ 6 การคิดเชิงระบบสู่เป้าหมายขององค์กรแห่งการเรียนรู้ ยุทธศาสตร์ที่ 7 การกำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกันของทุกภาคส่วน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Chartkul, Nichira (2552), Needs Assessment for Learning Evaluation Competency Development of
Teachers Teaching Social Subjects of Secondary Schools in Bangkok.
Tiemrat, Dej and Makasiranon, Karnsuda, (2544), Discipline of Learning Organization, Bangkok:
Expernet.
Khonkaen Municipality, (2558), Action Plan of Khonkaen 2558, Education Division of Khonkaen.
Municipality Local Administration Office, (2560) Action Plan of Khonkaen 2560.
Hengsomboon, Pimlak (2551), A Research for Overall Needs Assessment in Development of Teaching
Professionals, Master Degree Thesis in Educational Research, Bangkok: Chulalongkorn
University.
Wehachart, Roongrachadaporn (2550), Academic Administration in Schools under Jurisdiction of Basic
Education, Book Center, Taksin University.
Wongyai, Wichai (2542), New Paradigm in Curriculum Development, Bangkok: Odian Store.
. (2542), Learning Organization, Journal of Educational Academics 1(2) : 19-20 September – December.
Rooyuenyong, Wichien, et al, (2559), Administrators’ Role in Managing Learning Organization of
Educational Institutions.
Sararatana, Wirote, et al (2545), Administration, Principle, Theory, Educational Issues and Analysis of
Thailand Education (3rd ed.), Bangkok: Pimpisut.
Supervisory Unit, Khonkaen Municipality, (2559) Information and Data of 2559.
Drucker, Peter F., (1995). Innovation and Entrepreneurship, Butterworth Heinemann.
Hoy, Wayne K. and Cecil G, Miskel. (2001). Educational Administration : Theory, Research
and Practice.6th ed. McGraw – Hill International Edition 2001.
Kotler, P., & Murphy, P. E. (1981).Strategic Planning for Higher Education.Journal of Higher Education.
Marquardt, M. J. and Reynolds, A. (1994).The Global Learning Organization. New York : IRWIN.
McAnally, Kimcee. (1997). “A Study of the Facets of Organizational Culture