การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงและการสะกดคำภาษาอังกฤษ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโฟนิกส์เป็นฐานร่วมกับแบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Main Article Content

เจษฎาพงศ์ เสนาอินทร์
อธิราชย์ นันขันตี
นิราศ จันทรจิตร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านออกเสียงและการสะกดคำภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบโฟนิกส์เป็นฐานร่วมกับแบบฝึกทักษะ และ 2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบโฟนิกส์เป็นฐานร่วมกับแบบฝึกทักษะ เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านชะโงมนาโดน อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 15 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบโฟนิกส์เป็นฐาน จำนวน 7 แผน รวม 14 ชั่วโมง 2) แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงและการสะกดคำ และ 3) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านออกเสียงและการสะกดคำภาษาอังกฤษ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการทดสอบก่อนและหลังเรียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน และดัชนีประสิทธิผล
ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนมีคะแนนความสามารถในการอ่านออกเสียงและการสะกดคำภาษาอังกฤษหลังเรียน ( equation = 14.27, S.D. = 2.55) สูงกว่าก่อนเรียน ( equation = 5.67, S.D. = 4.24) 
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) การจัดการเรียนรู้แบบโฟนิกส์เป็นฐานร่วมกับแบบฝึกทักษะมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.60 แสดงว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละ 60.00 ของคะแนนที่สามารถพัฒนาเพิ่มขึ้นได้

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เสนาอินทร์ เ., นันขันตี อ., & จันทรจิตร น. (2026). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงและการสะกดคำภาษาอังกฤษ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโฟนิกส์เป็นฐานร่วมกับแบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 13(3), 54–62. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/283383
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จีรนันท์ เมฆวงษ์. (2547). การพัฒนาความสามารถในการอ่านออกเสียงและความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์ด้วยวิธีการสอนแบบโฟนิกส์. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่).

ธนพร ดวงพรกชกร. (2559). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึก. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร).

บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยสำหรับครู. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

พรธณา เจือจารย์. (2560). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะเรื่องการใช้เครื่องมือโปรแกรม Microsoft Word 2016 วิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ).

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). รายงานการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับประถมศึกษา ปี 2562. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานนิเทศและพัฒนามาตรฐานการศึกษา, & สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. (2544). แนวทางการพัฒนาแบบฝึกทักษะ. กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2557). แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้. (พิมพ์ครั้งที่ 4). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

Aksorn. (2019). โฟนิคส์ (Phonics) สำคัญอย่างไร ทำไมต้องเรียน. https://www.aksorn.com/aksorn-phonics

Bloom, B. S. (Ed.). (1956). Taxonomy of educational objectives, Handbook I: The cognitive domain. New York: David McKay Co Inc.

Ehri, L. C. (2005). Learning to read words: Theory, findings, and issues. Scientific studies of Reading, 9(2), 167–188.

Jolly, C. (1992). Jolly phonics. https://www.jollylearning.co.uk/jolly-phonics/

Kuo, L. J., & Anderson, R. C. (2006). Morphological awareness and learning to read: A cross-language perspective. Educational Psychologist, 41(3), 161–180.

Richards, J. C., & Rodgers, T. S. (2001). Approaches and methods in language teaching. (2nd ed.). Cambridge University Press.