การสร้างความปรองดองและสันติภาพวิถีพุทธ

Main Article Content

พระมหาเพ็ช ฐานิสฺสโร
พระครูวินัยธรภราดร นริสฺสโร
วรษา ขุนสนธิ

บทคัดย่อ

การสร้างความปรองดอง เป็นการประสมกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกันของกลุ่มคนต่าง ๆ ในสังคม และเป็นการตกลงที่จะอยู่ร่วมกันโดยไม่ใช้ความรุนแรง โดยมีการสร้างความเชื่อมั่นและความเชื่อใจ การสร้างสังคมที่เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น ซึ่งกระบวนการจัดการความขัดแย้งในสังคม ทั้งในระดับความคิดและระดับการใช้ความรุนแรงทางกายภาพ เช่น เกิดจากเรื่องแบ่งแยกดินแดนหรือภูมิรัฐศาสตร์ และอคติทางศาสนา วิถีแห่งสันติภาพ การสร้างความปรองดอง ใช้แนวทางที่หลากหลายทั้งด้านจิตใจ กฎหมายสังคม วัฒนธรรม จิตวิทยา และการเมือง การเจรจาเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถนำไปสู่การสร้างสันติภาพได้ แต่ต้องสร้างกิจกรรมร่วมกันในภาคประชาสังคม ตลอดถึงจะต้องมีการสร้างพื้นที่พูดคุยอย่างสร้างสรรค์ การเจรจา การไกล่เกลี่ย การประนีประนอม เพราะสันติภาพเป็นสภาวะการณ์ในอุดมคติที่ทุกคนต่างมุ่งหวังให้มวลมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและสันติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ ยึดหลักแห่งความเมตตา ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ความไม่เบียดเบียนกัน หล่อหลอมให้เป็นคนรักสันติ รักอิสรเสรี มีนิสัยโอบอ้อมอารี เพราะสันติภาพ เกิดจากฐานความคิดทางพระพุทธศาสนาที่ให้ความสำคัญแก่จิตใจ และเป็นเงื่อนไขที่สำคัญของคุณภาพทางจิตใจของมนุษย์ ต้นธารพื้นฐานของสันติภาพและความสุข คือ ทัศนคติภายในใจของตนเอง โดยเฉพาะหลักพุทธธรรมที่จะส่งเสริมให้เกิดการสร้างความปรองดองและสันติภาพได้นั้น คือ หลักสาราณียธรรม 6 ซึ่งเป็นหลักธรรมสำหรับการเสริมสร้างความสามัคคี ความเป็นปึกแผ่น ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ยอมรับในความแตกต่างซึ่งกันและกัน และรู้จักการให้อภัยกัน อันจะนำมา ซึ่งความสุข ความสันติ และความมั่นคงต่อสังคมประเทศชาติได้ในที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฐานิสฺสโร พ., นริสฺสโร พ., & ขุนสนธิ ว. . (2025). การสร้างความปรองดองและสันติภาพวิถีพุทธ. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 12(1), 474–487. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/275608
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

จิรโชค (บรรพต) วีรสัย. (2546). รัฐศาสตร์ทั่วไป. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ชัยวัฒน์ สถาอานนท์. (2545). สันติวิธี กรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ทำความเข้าใจปริศนาแนวคิดสมานฉันท์. คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ. (2554). (รายงานการวิจัย). การสร้างความปรองดองแห่งชาติ.

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต). (2546). วิถีสู่สันติภาพ. กรุงเทพฯ: สหธรรมิก.

พระปลัดอนุชาติ นรินฺโท (อยู่ยิ่ง) และคณะ. (2563). “พลังบวร : การสร้างจิตสำนึกแห่งความปรองดองสมานฉันท์ในสังคมไทย”. (รายงานการวิจัย). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร.

มอริส, แคธเธอรีน. (2547). การจัดการความขัดแย้งและการขอโทษ. แปลโดย วันชัย วัฒนศัพท์, ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น, สถาบันสันติศึกษา.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ. (2555). สายธารประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสายธารประชาธิปไตย.

อติเทพ ไชยสิทธิ. (2555). “กระบวนการปรองดองจะเกิดขึ้นได้หรือไม่”. สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2567, จาก http:/www.entightenedjurists.com

Fred Luthans. (1983). Organizational Behavior. (3rded.). Tokyo : McGraw-Hill International, pp. 380-381.

Longman. (2000). Longman Dictionary of American English. (2nd ed.). New York: Pearson Education, p.586.

Sukumar Dutt. (2008). Buddhist Monk and Monasteries of India : Their History and Their contribution to Indian Culture, pp. 102-105.