ระดับความพร้อมในการให้บริการผ่านระบบดิจิทัลของบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษา: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

Main Article Content

นราวิชญ์ พรมโชติ
วิษณุ สุมิตสวรรค์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการให้บริการผ่านระบบดิจิทัลของบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 2) วิเคราะห์ระดับความพร้อมในการให้บริการผ่านระบบดิจิทัลของบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 290 คน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น 9 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ สถิติสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า
1. การให้บริการผ่านระบบดิจิทัลของบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการให้บริการดิจิทัลมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านบุคลากรให้บริการดิจิทัล และด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
2. ระดับความพร้อมในการให้บริการผ่านระบบดิจิทัลของบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความพร้อมในการให้บริการผ่านระบบดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ งบประมาณ (Beta = 0.759) อายุ (Beta = 0.284) และจำนวนครั้งในการเข้ารับการอบรมต่อปี (Beta = 0.150) ตามลำดับ
ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้มีความเพียงพอและทันสมัย พร้อมทั้งส่งเสริม
การพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการผ่านระบบดิจิทัลอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พรมโชติ น. ., & สุมิตสวรรค์ ว. . (2025). ระดับความพร้อมในการให้บริการผ่านระบบดิจิทัลของบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษา: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 12(4), 444–454. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/271266
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2563). ข้อมูลจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแยกราย จังหวัด. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2566, จาก https://www.dla.go.th/work/abt/province.jsp.

ชญาภรณ์ เมียนแก้ว. (2563). การรับรู้นโยบายรัฐบาลดิจิทัลของบุคลากรกองการเจ้าหน้าที่ กรมทางหลวง. (ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ). มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

ณภัทช์ฐนัน ศักดิ์เจริญกุล. (2562). การเตรียมความพร้อมของบุคลากรภาครัฐไทยสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล. (วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์คณะรัฐศาสตร์). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ณัฐพันธ์ ดู่ขึ่ง และคณะ. (2562). การเตรียมความพร้อมด้านทักษะดิจิทัลของเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล กรณีศึกษาเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบเทศบาลในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี. คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.

นันทะ บุตรน้อย และคณะ. (2563). ผลกระทบของการปรับเปลี่ยนสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลต่อการพัฒนาการบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. Local Administration Journal, 13(4), 347-362.

วิษณุ สุมิตสวรรค์ และคณะ. (2563). แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการจัดการปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในชุมชน ตำบลหนองตอกแป้น อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารการบริหารปกครอง (Governance Journal, 9(2), 501-521.

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน). (2566). ก้าวใหม่สู่รัฐบาลดิจิทัล – ภาครัฐแห่งอนาคตจะเป็นอย่างไร ประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างไร. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2566, จาก https://standard.dga.or.th/คลังความรู้/article/2041/.

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน). (2566). ระบบท้องถิ่นดิจิทัล (Digital Government Platform). ค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2566, จาก https://www.dga.or.th/our-services/digital-platform-services/digital-government-platform/.

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน). (2566). DGA จับมือ 56 อปท.ต่อจิ๊กซอว์ สู่ “องค์กรดิจิทัลท้องถิ่น” ทั่วประเทศด้วย “ระบบบริหารงานและให้บริการประชาชนสำหรับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น” ใน 27 จังหวัด 4 ภูมิภาค. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2566, จาก https://www.dga.or.th/document-sharing/dga-news/63064/.

สุภาภรณ์ สีสุพรรณ์ และ อจิรภาส์ เพียรขุนทด. (2565). วัฒนธรรมปรับตัวเพื่อไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล กรณีศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(8), 246-264.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and psychological measurement, 30(3), 607-610.

Michie, J., & Zumitzavan, V. (2016). The impact of ‘learning'and ‘leadership' management styles on organizational outcomes: a studyof tyre firms in Thailand. In Leadership in the Asia Pacific, 165-188.

Zumitzavan, V. (2011). The impact of managers’ learning styles and leadership styles and the effectiveness of their organisations: a case study from small retail tyre companies in Thailand (Doctoral dissertation, University of Birmingham).

Zumitzavan, V. (2014). The impact of different styles of ‘personal knowledge management’and ‘leadership’on ‘organisational performance’: a case of healthcare industry in Thailand. WSEAS Transactions on business and economics,

(1), 430-41.

Zumitzavan, V., & Udchachone, S. (2014, February). The influence of leadership styles on organisational performance mediated by organisational innovation: A case study of the hospitality industry in Thailand. In nternational Conference on Economics, Management and Development, 45-52.

Zumitzavan, V., & Michie, J. (2015). Personal knowledge management, leadership styles, and organisational performance: A case study of the healthcare industry in Thailand. Springer.

Zumitzavan, V., & Kantavong, P. (2018). Increasing organisational success through management styles of managers in housing development industry. วารสารปัญญา ภิวัฒน์, 10, 110-123.

Zumitzavan, V. (2020). Learning preferences and brand management in the Thai housing estate industry. International Journal of Management and Enterprise Development, 19(1), 42-57.

Zumitzavan, V. (2022). Practical strategy for maintaining organisational performance in the hospitality industry of Thailand. International Journal of Management Practice, 15(1), 108-130.