การสังเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
คำสำคัญ:
การวิจัยเชิงปฏิบัติการ, การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู, สมรรถนะการจัดการเรียนรู้, การชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง, การสะท้อนคิดบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 2) เพื่อสังเคราะห์องค์ประกอบและแนวทางการพัฒนารูปแบบที่ส่งผลต่อการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ และ 3) เพื่อนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงเอกสารแบบบูรณาการ (Integrative Review) ตามแนวทางของ Whittemore และ Knafl (2005) โดยสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูล ThaiJo และ ThaiLIS ระหว่างปี พ.ศ. 2560–2569 (โดยสิ้นสุดการสืบค้นข้อมูลในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 เพื่อให้ครอบคลุมและแม่นยำตามขอบเขตเวลาที่กำหนด) คัดเลือกเอกสารฉบับเต็มที่มีคุณภาพจำนวน 42 เรื่อง เพื่อทำการวิเคราะห์เนื้อหาและการสังเคราะห์ข้ามกรณี (Cross-case Synthesis)
ผลการวิจัยพบว่า
- รูปแบบการฝึกประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) การเตรียมความพร้อมเชิงสมรรถนะ (2) กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบเกลียววน (Spiral Action Research Cycle) (3) ระบบการชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยงแบบสามภาคีเครือข่าย (Tripartite Partnership) (4) การสะท้อนคิดอย่างเป็นระบบ และ (5) การประเมินผลตามสภาพจริง ความสำเร็จของรูปแบบขึ้นอยู่กับ 4 มิติปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านบุคคล กระบวนการ บริบท และเครื่องมือ
- ผลการสังเคราะห์ชี้ให้เห็นว่ารูปแบบดังกล่าวส่งผลให้สมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาครูสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะด้านการวิเคราะห์ผู้เรียนและบริบท (ร้อยละ 92.86) และการนำผลไปพัฒนาผู้เรียน (ร้อยละ 85.71) นอกจากนี้ยังพบผลลัพธ์ที่ไม่ได้คาดหมายคือ การเพิ่มความมั่นใจและลดความวิตกกังวลในการสอนของนักศึกษาครู
- ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงหลักสูตรให้บูรณาการการวิจัยเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาระบบรับรองทักษะ Coaching สำหรับครูพี่เลี้ยง และการปรับเปลี่ยนระบบการนิเทศสู่การนิเทศแบบพัฒนาศักยภาพ (Developmental Supervision)
Downloads
เอกสารอ้างอิง
ชาริณี ตรีวรัญญู. (2561). รูปแบบการนิเทศแบบพัฒนาศักยภาพสำหรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
ครู. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 46(2), 78-95.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ
(พิมพ์ครั้งที่ 21). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
คุรุสภา. (2562). มาตรฐานวิชาชีพครู. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.
ประวิต เอราวรรณ์. (2563). การผลิตและพัฒนาครู: ทิศทางและยุทธศาสตร์. สำนักงานเลขาธิการคุรุ
สภา.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2560). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน: หลักการและแนวปฏิบัติ
(พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2561). การพัฒนาวิชาชีพครูในยุคปฏิรูปการศึกษา. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 19). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
Darling-Hammond, L. (2017). Teacher education around the world: What can we learn
from international practice? European Journal of Teacher Education, 40(3), 291–
https://doi.org/10.1080/02619768.2017.1315399
Kemmis, S., McTaggart, R., & Nixon, R. (2014). The action research planner: Doing critical
participatory action research. Springer. https://doi.org/10.1007/978-981-4560-67-2
OECD. (2019). TALIS 2018 results (Volume I): Teachers and school leaders as lifelong
learners. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/1d0bc92a-en
Schön, D. A. (1983). The reflective practitioner: How professionals think in action. Basic
Books.
Whitmore, J. (2009). Coaching for performance: The principles and practice of coaching
and leadership (4th ed.). Nicholas Brealey Publishing.
Whittemore, R., & Knafl, K. (2005). The integrative review: Updated methodology. Journal
of Advanced Nursing, 52(5), 546-553. https://doi.org/10.1111/j.1365-2648.2005.03621.x.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความลิขสิทธิ์
