การส่งเสริมการบริหารงานวิชาการตามหลักอิทธิบาท ๔ สำหรับโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่ ๘ (ศรีเมืองใหม่) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๓
คำสำคัญ:
การบริหารงานวิชาการ, อิทธิบาท ๔, โรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่ ๘ , เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๓บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการ สำหรับโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่ 8 (ศรีเมืองใหม่) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 2) ศึกษาวิธีการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการตามหลักอิทธิบาท ๔ สำหรับโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่ 8 (ศรีเมืองใหม่) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 3) เสนอแนวทางพัฒนาการบริหารงานวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่ 8 (ศรีเมืองใหม่) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๓ เป็นการวิจัยแบบการวิจัยแบบผสมผสาน (mixed methods research)
ผลการวิจัยพบว่า
1.สภาพการบริหารงานวิชาการในภาพรวมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการนิเทศการศึกษา รองลงมาคือ ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้และด้านการพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีตามลำดับ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
2.การส่งเสริมการบริหารงานวิชาการตามหลักอิทธิบาท ๔ ภาพรวมอยู่ในระดับมากโดยด้านที่มีการส่งเสริมสูงสุดคือ ด้านจิตตะ การมีจิตใจจดจ่อรับผิดชอบรองลงมา คือด้านวิมังสา การใช้ปัญญาไตร่ตรองและด้านวิริยะ ความเพียรพยายาม ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านฉันทะ ความพอใจและรักในงาน
3.ผลการสัมภาษณ์แนวทางการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการตามหลักอิทธิบาท ๔ จากการสังเคราะห์ความเห็นผู้ทรงคุณวุฒิพอสรุปแนวทางสำคัญได้ดังนี้คือ 1) ด้านฉันทะ มุ่งสร้างแรงจูงใจให้ครูรักในวิชาชีพและกระตือรือร้นในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ 2) ด้านวิริยะ ส่งเสริมความพากเพียรในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการสอน อย่างต่อเนื่อง 3) ด้านจิตตะ ปลูกฝังความรับผิดชอบและมีจิตตั่งมั่นในการทำงานเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ 4) ด้านวิมังสา ส่งเสริมการประชุมการตรวจสอบประเมินผลตามสภาพจริง และการนำผลนิเทศมาปรับปรุงกระบวนการบริหารหลักสูตรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ8 (2556) นโยบายการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน,
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต). (2543).พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 9.
กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,
ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 119 ตอนที่ 123 ก.(2545) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
พระวุฒิพงษ์ ถาวรจิตฺโต (รักเรียน). (2553X). “การนำหลักอิทธิบาท 4 มาใช้ในการปฏิบัติงาน: ศึกษา
เฉพาะกรณีองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตร
มหาบัณฑิต.สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. (2537) บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย, เพชริน สงค์ประเสริฐ. “การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยยึดหลักการทำงานเป็นทีมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน”. วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฏีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยนเรศวร,.
พรศักดิ์ อุ่นใจ. (2556). “การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์สำหรับสถานศึกษาขั้น
พื้นฐานจังหวัดศรีสะเกษ”. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ,
วรภาส ประสมสุข. (2562) “หลักการบริหารการศึกษาตามแนวพุทธธรรม”. วิทยานิพนธ์ปรัชญา
การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยนเรศวร,.
พระบรมราโชวาท.(2563) พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนที่ได้รับพระราชทานรางวัลฯ. [ออนไลน์].
แหล่งที่มา: http://nawaporn.wordpress.com [31 พฤษภาคม 2563].
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความลิขสิทธิ์
