การบริหารงานบุคคลตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่ ๑๕ (โขงเจียม) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๓
คำสำคัญ:
การบริหารงานบุคคล, สัปปุริสธรรม 7, กลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่ 15บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารงานบุคคล 2) ศึกษาการบริหารงาน
บุคคลตามหลักสัปปุริสธรรม 7 และ 3) เสนอแนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่ 15 (โขงเจียม) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 โดยใช้การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบ การวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) มีประชากรและกลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 92 คน จาก 12 โรงเรียน สุ่มโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของ Krejcie & Morgan เชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) จำนวน 5 คน ซึ่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Likert Scale) และคำถามปลายเปิด แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ มีค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ทั้งฉบับเท่ากับ ๐.88 และผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (IOC) จากผู้ทรงคุณวุฒิ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
- สภาพการบริหารงานบุคคล: ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านวินัยและการรักษาวินัย รองลงมาคือ ด้านการออกจากราชการ และด้านการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ตามลำดับ
- การบริหารงานบุคคลตามหลักสัปปุริสธรรม 7: ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ทุกด้าน โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านหลักกาลัญญุตา (รู้จักกาล) มัตตัญญุตา (รู้จักประมาณ) และปุคคลัญญุตา (รู้จักบุคคล)
- แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสัปปุริสธรรม 7: ควรให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างแรงจูงใจผ่านการยกย่องชมเชยทันเวลา (กาลัญญุตา) การกำหนดเกณฑ์การประเมินที่โปร่งใสและเป็นธรรม (มัตตัญญุตา) การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง (อัตตัญญุตา) และการวางแผนอัตรากำลังล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ (ธัมมัญญุตา) เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายของสถานศึกษาอย่างยั่งยืน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2547). พระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
จีราพร จริตเพ็ชร. (2560). การมีส่วนร่วมในการบริหารงานบุคคลของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาลพบุรี (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
ณัฐกาญจน์ ไชยสุวรรณ. (2563). การบริหารงานบุคคลตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหา
บัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2551). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร:
บิสซิเนสอาร์แอนด์ดี.
นพณัฐ เบ้าทอง, พัฒนา จันทรศรี, และรัตนา จันทร์คำ. (2564). การบริหารสถานศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม
ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ. วารสารการบริหาร
การศึกษา.
นีรมล ดาบเงิน. (2562). แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารสถานศึกษาใน
เครือข่ายบางกุ้ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 (วิทยานิพนธ์
ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
บุญยง วาดวงศ์. (2564). การบริหารงานบุคคลตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัย
ราชภัฏสกลนคร.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2556). พุทธธรรม. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย.
พระมหาบุดดี สุธมฺโม (สุธงษา). (2562). การบริหารงานบุคคลตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารโรงเรียน
พระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จังหวัดเลย (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วราภรณ์ เพ็งแก้ว. (2565). การบริหารงานบุคคลตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต).
มหาวิทยาลัยราชภัฏขอนแก่น.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพมหานคร:
พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561–
. กรุงเทพมหานคร: สำนักนายกรัฐมนตรี.
United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 agenda for sustainable
development. New York, NY: United Nations.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความลิขสิทธิ์
