การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงกีฬาปีนหน้าผา
คำสำคัญ:
การบริหารจัดการ, ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงกีฬา, การปีนหน้าผาบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการบริหารจัดการธุรกิจท่องเที่ยว เชิงกีฬาปีนหน้าผา และพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการที่เหมาะสม โดยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน (Mixed Methods) โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือวิจัยที่ใช้เก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน และใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือวิจัยที่ใช้เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ จากผู้ประกอบการธุรกิจปีนหน้าผา ผู้มาใช้บริการปีนหน้าผา ครูฝึก พนักงาน และตัวแทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงกีฬาปีนหน้าผา จำนวน 18 คน
ผลการวิจัยพบว่าธุรกิจส่วนใหญ่มีการวางแผนแบบไม่เป็นทางการ โครงสร้างองค์กรขนาดเล็ก ผู้นำมีลักษณะภาวะผู้นำที่ขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจภายในและความมุ่งมั่น (Passion-driven Leadership) แต่ยังขาดทักษะด้านการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ รวมถึงยังไม่มีระบบการควบคุมภายในที่เป็นมาตรฐานรองรับ พบปัญหาสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ ความปลอดภัย อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก การฝึกอบรมครูฝึก การบริการลูกค้า และราคา โดยปัญหาด้านความปลอดภัยมีความสำคัญสูงสุด ดังนั้น รูปแบบการบริหารจัดการที่พัฒนาขึ้นจึงประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการที่เน้นความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก การสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบองค์รวม การบริหารทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์ การตลาดดิจิทัลและการสร้างชุมชน การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือแบบบูรณาการ ผลการประเมินความเหมาะสมอยู่ในระดับสูง รูปแบบนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวเชิงกีฬาปีนหน้าผาในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนโดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
Downloads
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความลิขสิทธิ์
