การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาญี่ปุ่นสำหรับล่ามด้วยการพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้เทคนิคแชโดอิ้ง
คำสำคัญ:
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการฟังและการพูด, การเรียนภาษาญี่ปุ่น, ภาษาญี่ปุ่นสำหรับล่าม, แชโดอิ้งบทคัดย่อ
การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาญี่ปุ่นสำหรับล่ามด้วยการพัฒนาทักษะการฟังและการพูดโดยใช้เทคนิคแชโดอิ้ง มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการฟังและการพูดในรายวิชาภาษาญี่ปุ่นโดยใช้เทคนิคแชโดอิ้งประกอบการสอนรายวิชาภาษาญี่ปุ่นสำหรับล่าม 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาในทักษะการฟังและการพูดโดยใช้เทคนิคแชโดอิ้ง 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาเกี่ยวกับการเรียนทักษะการฟังและการพูดโดยใช้เทคนิคแชโดอิ้ง ผู้วิจัยใช้เครื่องมือในการวิจัยมีรายละเอียดดังนี้ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการฟังและการพูด ในรายวิชาภาษาญี่ปุ่นสำหรับล่ามด้วยเทคนิคแชโดอิ้ง 2) แบบประเมินทดสอบทักษะการฟังและการพูด ก่อนเรียนและหลังเรียน การล่ามญี่ปุ่น-ไทย และการล่ามไทย-ญี่ปุ่น และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาเกี่ยวกับการเรียนทักษะการฟังและการพูด ในรายวิชาภาษาญี่ปุ่นสำหรับล่ามด้วยเทคนิคแชโดอิ้ง ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัย ดังนี้
ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนกิจกรรมทักษะการฟังและการพูด ในรายวิชาภาษาญี่ปุ่นสำหรับล่ามด้วยเทคนิคแชโดอิ้ง พบว่า ความถูกต้องของการสอบหลังเรียนสูงกว่าความถูกต้องของการสอบก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.04 และหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.83 คะแนน (คิดเป็นร้อยละ 12.08) เมื่อพิจารณาโดยแบ่งกลุ่มพบว่า ทั้ง 2 กลุ่มมีคะแนนสูงขึ้นแต่กลุ่มที่ฝึกแชโดอิ้ง คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 8.67 คะแนน (คิดเป็นร้อยละ 21.67)
ผลความพึงพอใจของนักศึกษาในการเรียนทักษะการฟังและการพูด ในรายวิชาภาษาญี่ปุ่นสำหรับล่ามด้วยเทคนิคแชโดอิ้ง พบว่า แบบสอบถามความพึงพอใจมีค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สัมประสิทธิ์ อยู่ที่ 0.91 และความพึงพอใจของนักศึกษาเกี่ยวกับการเรียนทักษะการฟังและการพูดในรายวิชาภาษาญี่ปุ่นสำหรับล่ามด้วยเทคนิคแชโดอิ้งอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.32, S.D. = 0.40) ด้านผู้สอน มีค่าเฉลี่ยสูงสุดรองลงมาคือด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านสื่อการสอน และภาพรวมในการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด ตามลำดับ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
จิรัชยา งิ้วสีดา, ไพสิฐ บริบูรณ์ และ วิจิตรา วงศ์อนุสิทธิ์. (2559). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาความสามารถในการฟังและการพูด โดยใช้เทคนิคแชโดอิ้ง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน, 8(21), 143-152.
ทัศนีย์ เมธาพิสิฐ. (2554ก). ประสิทธิภาพของการฝึกแชร์โดอิงค์เพื่อปรับปรุงการออกเสียงคำยืมในภาษาญี่ปุ่น. วารสารญี่ปุ่นศึกษา, 12(2), 67-79.
ทัศนีย์ เมธาพิสิฐ. (2554ข). ผลการฝึกแชโดอิ้งต่อการพัฒนาทักษะการพูด : ด้านความเร็วและความถูกต้อง. วารสารวิชาการของเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษาแห่งประเทศไทย, 1(1), 78-89.
บุษบา บรรจงมณี. (2549). ทางลัดสู่...ล่าม. สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม.
ยุพกา ฟูกุชิม่า. (2556). ประสิทธิผลการฝึกเทคนิคแชโดอิ้ง ต่อการเรียนรู้เสียงสูงต่ำภาษาญี่ปุ่นของผู้เรียนชาวไทย. วารสารญี่ปุ่นศึกษา, 32(1), 71-90.
วรรณิดา ยืนยงค์ และ สมเกียรติ เชวงกิจวณิช. (2562, มิถุนายน). บทบาทหน้าที่ของล่ามและปัญหาการล่ามภาษาญี่ปุ่นชาวไทยในโรงงานอุตสาหกรรมของประเทศไทย กรณีศึกษาความแตกต่างระหว่างล่ามมือใหม่และล่ามมืออาชีพ [Paper presentation]. การประชุมวิชาการบัณฑิตระดับชาติ สรรพศาสตร์ สรรพศิลป์ ประจำปี 2562, กรุงเทพฯ, ประเทศไทย.
飯野 厚. (2014).『シャドーイング練習が英語スピーキング力とシャドーイングの認識に及ぼす効果』.法政大学多摩論集編集委員会.
玉井健. (2005).『リスニング指導法としてのシャドーイングの効果に関する研究』風間書房.
王鵬、胡小春. (2019).『シャドーイングによる日本語語学能力の向上の実証的研究』中央学院大学.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารญี่ปุ่นศึกษาธรรมศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
