การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ภาษาไทยผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการสะท้อนคิด (Reflective Thinking) เพื่อยกระดับสมรรถนะการคิดขั้นสูงของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยและสมรรถนะ การคิดขั้นสูงของผู้เรียน 2) พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ภาษาไทยผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับการสะท้อนคิด เพื่อยกระดับสมรรถนะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น และ 4) ประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ตัวอย่าง ระยะที่ 1 ใช้ครูผู้สอนรายวิชาภาษาไทย จำนวน 5 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน ซึ่งได้มาจากการเลือก แบบเจาะจง (Purposive Sampling) รวมทั้งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 30 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะที่ 2 ใช้ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง จำนวน 5 ท่าน โดยการเลือกแบบเจาะจง ระยะที่ 3 ใช้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม และระยะที่ 4 ใช้ครูผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามปลายเปิด แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดขั้นสูง แบบสอบถามความพึงพอใจ และแบบประเมินรูปแบบการเรียนรู้ ซึ่งมีค่าความตรงเชิงเนื้อหาอยู่ตั้งแต่ 0.60–1.00 และแบบทดสอบมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.796 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระต่อกัน (Dependent t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. การจัดการเรียนรู้ภาษาไทยในปัจจุบันยังเน้นการสอนแบบบรรยาย ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสพัฒนาการคิดขั้นสูงค่อนข้างจำกัด จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เรียนและการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง
2. รูปแบบการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนรู้
บทบาทของครูและผู้เรียน ระบบสนับสนุน และการวัดและประเมินผล
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้พบว่า นักเรียนมีคะแนนความสามารถในการคิดขั้นสูงหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ในระดับมาก
4. ครูผู้สอนและผู้เกี่ยวข้องประเมินว่ารูปแบบการเรียนรู้มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 22). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ. (2551). การเรียนรู้เชิงรุก. สารานุกรมวิชาชีพครู เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา (น. 141-146).
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และ พเยาว์ ยินดีสุข. (2561). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลังกับ PLC เพื่อการพัฒนา. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เนาวนิตย์ สงคราม. (2555). การสร้างสรรค์มัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้: จากแนวคิดทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม. (2566). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565. โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม.
โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม. (2567). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2566. โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2566). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2566. https://www.niets.or.th/th/content/view/11821
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ.. (2567). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2567. https://www.niets.or.th/th/content/view/11821
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. https://www.obec.go.th/archives/616422
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. พริกหวานกราฟฟิค.
อาทิตย์ ซาวคำ และ ศิริวรรณ วณิชวัฒนวรชัย. (2568). การวิเคราะห์สมรรถนะการคิดขั้นสูงสำหรับการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยเชิงสร้างสรรค์ของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 17(1). https://so05.tci-thaijo.org/index.php/irdssru/article/view/276122
อาภรณ์ รัตนวิชช์. (2561). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก: กลยุทธ์การสอนเพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. เติมศักดิ์การพิมพ์.
Anderson, L. W. & Krathwohl, D. R. (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom’s taxonomy of educational objectives. Longman.
Bonwell, C. C. & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. George Washington University.
Dewey, J. (1933). How we think: A restatement of the relation of reflective thinking to the educative process. D.C. Heath.
Gibbs, G. (1988). Learning by doing: A guide to teaching and learning methods. Further Education Unit.
Joyce, B. R., Weil, M. & Calhoun, E. (2014). Models of teaching (9th ed.). Pearson.
Keeves, J. P. (1997). Models and model building. In J. P. Keeves (Ed.), Educational research, methodology, and measurement: An international handbook (2nd ed., pp. 386–394). Pergamon.
Moon, J. A. (2004). A handbook of reflective and experiential learning: Theory and practice. Routledge.
Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223-231. https://doi.org/10.1002/j.2168-9830.2004.tb00809.x
Schön, D. A. (1983). The reflective practitioner: How professionals think in action. Basic Books.
Sweller, J. (2006). The nature of abilities and the educational design of instruction. Educational Psychology Review, 18(4), 339-357. https://doi.org/10.1007/s10648-006-9029-7
Trilling, B. & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. Jossey-Bass.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.