การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2

Main Article Content

อรวรรณ บัวแสนวงศ์วัฒนา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจปัญหาและความต้องการในการจัดประสบการณ์ 2) พัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของเด็กที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน ตัวอย่าง คือ เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านโพธิ์กลาง) เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 24 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่มจากห้องเรียนทั้งหมด 3 ห้องเรียนที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน คู่มือการใช้รูปแบบ แผนการจัดประสบการณ์ แบบวัดทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ และแบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา และสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที


ผลการวิจัยพบว่า


1) ผลการสำรวจปัญหาและความต้องการในการจัดประสบการณ์ พบว่า เด็กขาดระเบียบวินัยในการอยู่ร่วมกันในสังคม ขาดการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกลุ่ม ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง ไม่มีสมาธิในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย     ขาดการลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ และยังใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้ไม่คล่องแคล่ว นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กบางส่วนมีลักษณะเอาแต่ใจ ไม่รับฟังผู้อื่น ขาดความรอบคอบและความยืดหยุ่นทางความคิด ขณะที่ครูยังขาดเทคนิคและสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม ดังนั้นควรจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออกคิดและปฏิบัติอย่างเป็นระบบ แสวงหาคำตอบอย่างมีเหตุผล และฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างคล่องแคล่ว 


2) ผลการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ พบว่า รูปแบบประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 2.1) หลักการของรูปแบบ 2.2) ลักษณะการจัดประสบการณ์ 2.3) จุดประสงค์ของรูปแบบ 2.4) กระบวนการจัดประสบการณ์ตามขั้นตอน Bag Do Model จำนวน 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นให้ความรู้พื้นฐาน ขั้นกระตุ้นความสนใจ ขั้นจัดกลุ่ม ขั้นลงมือทำ และขั้นนำเสนอ และ 2.5) การประเมินรูปแบบการจัดประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (equation= 4.34, S.D.=0.53)


3) ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ พบว่า เด็กที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามรูปแบบมีคะแนนทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ หลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และ


4) ผลการศึกษาความพึงพอใจของเด็กที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์ พบว่า โดยรวมเด็กมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (equation=2.76, S.D.= 0.43) ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทานสามารถส่งเสริมทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติของเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยได้อย่างเหมาะสม

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

ประเภทบทความ
Research Article

เอกสารอ้างอิง

กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงาน. (2561). คู่มือพัฒนาทักษะสมอง EF Executive Functions สำหรับครูปฐมวัย. บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน).

ขวัญฟ้า รังสิยานนท์. (2562). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างทักษะสมอง-อีเอฟ สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในโรงเรียนเครือข่าย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, สำนักงาน. (2558). EF ภูมิคุ้มกันชีวิตและป้องกันยาเสพติด คู่มือสำหรับครูอนุบาล. บริษัทพิมพ์ดี จำกัด.

จุฬาลักษณ์ จารุนิพัทธ์. (2561). การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือนิทานภาพสำหรับเด็กปฐมวัย. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

จุฬินฑิพา นพคุณ. (2561). การพัฒนาทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จในศตวรรษที่ 21 สำหรับเด็กปฐมวัยผ่านการสอนแบบมอนเตสซอรี่. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 16(1), 75-90. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/suedujournal/article/view/170626

ชมพู เนื่องจำนงค์, ภัทรยุทธ โสภาอัศวภรณ์ และอัจฉรา ธนีเพียร. (2563). กรอบทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กับการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 6(1), 623-640. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/241234

ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2552). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. แดเน็กซ์อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น.

ดุษฎี โยเหลา. (2557). การศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบ PBL ที่ได้จากโครงการสร้างชุดความรู้เพื่อสร้างเสริมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของเด็กและเยาวชน: จากประสบการณ์ความสำเร็จของโรงเรียนไทย. หจก.ทิพยวิสุทธิ์.

ทัศนัย สูงใหญ่ (2566). แนวทางการจัดประสบการณ์รูปแบบโครงงานเป็นฐานสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมทักษะในศตวรรษที่ 21. วารสารวิจัยเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้, 6(1), 51-60. https://ejournals.swu.ac.th/index.php/erdi/article/view/15005

ทิศนา แขมมณี. (2558). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 19). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 22). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่10 ฉบับปรับปรุงใหม่). สุวีริยาสาส์น.

บุญเลี้ยง ทุมทอง. (2556). ทฤษฎีและการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้. โรงพิมพ์ เอส.พริ้นติ้ง ไทย แฟคตอรี่.

เลขาธิการสภาการศึกษา, สำนักงาน. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีการสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. บริษัทตถาดา พับลิเคชั่น.

ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

สุภาวดี หาญเมธี. (2560). ทักษะสมองเพื่อการจัดการชีวิตให้สำเร็จ (Executive Functions). โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์ (1987) จำกัด.

สุภาวดี หาญเมธี. (2561). คู่มือพัฒนาทักษะสมอง EF Executive Functions สำหรับครูปฐมวัย (พิมพ์ครั้งที่ 4). บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน).

Bruner, J. (1986). Actual Minds, Possible Worlds. Harvard University Press.

Diamond, A. (2013). Executive Functions. Annual Review of Psychology. 64, 135-168. https://doi.org/10.1146/annurev-psych-113011-143750

Ergül, N. R., & Kargin, E. K. (2014). The Effect of Project Based Learning on Students’ Science Success. Procedia-Social and Behavioral Sciences, 136(1), 537-541. https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S187704281403852X

Joyce, B., Weil, M., & Calhoun, E. (2011). Models of Teaching (9th ed.). Pearson Education.

Larmer, J., Mergendoller, J., & Boss, S. (May 30, 2023). Gold Standard PBL: Essential Project Design Elements. https://www.pblworks.org/blog/gold-standard-pbl-essential-project-design-elements

Miller, S., & Pennycuff, L. (2008). The Power of Story: Using Storytelling to Improve Literacy Learning. Journal of Cross-Disciplinary Perspectives in Education, 1(1), 36-43. https://songsandtales.com/wp-content/uploads/The_power_of_story_using_storytelling_to.pdf

Nicolopoulou, A. (1997). Sociogenetic Perspectives on Internalization. Lawrence Erlbaum Associates.

Paley, V. G. (2004). A Child’s Work: The Importance of Fantasy Play. University of Chicago Press.

Piaget, J. (1962). Play, Dreams and Imitation in Childhood. W. W. Norton & Company.

Wells, G. (2009). The Meaning Makers: Learning to Talk and Talking to Learn (2nd ed.). Multilingual Matters. Creative Education. 11(10), https://www.scirp.org/reference/referencespapers?Referenceid=2839377