การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับโครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

Main Article Content

นิภาพร ช่วยธานี
ธเนศ สินธุ์ประจิม
สุริยัน เขตบรรจง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับโครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย 2) ประเมินทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักศึกษา และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับโครงงานเป็นฐาน กลุ่มที่ศึกษาในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักศึกษา ชั้นปีที่ 2 ระดับปริญญาตรีที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาฟิสิกส์พื้นฐาน (Fundamental Physics) ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 32 คน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ด้วยวิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบประเมินทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักศึกษา และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักศึกษามีต่อกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (equation ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)


ผลการวิจัย พบว่า 1) กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับโครงงานเป็นฐาน (STEM Project-based learning) ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้ (1) ระบุและเลือกปัญหาที่ต้องการแก้ไข/นวัตกรรมที่ต้องการพัฒนา (2) รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง (3) ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา/คิดค้นสร้างสรรค์ต้นแบบนวัตกรรม (4) วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา (5) การทดสอบ ประเมิน และปรับปรุงนวัตกรรม และ (6) นำเสนอผลการแก้ปัญหาหรือผลการพัฒนานวัตกรรม 2) นักศึกษามีทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม หลังการเรียนด้วยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับดี (equation=3.17, S.D.=0.39) 3. ระดับความพึงพอใจนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (equation=4.50, S.D.=0.50)

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

ประเภทบทความ
Research Article

เอกสารอ้างอิง

กมลรัตน์ เทอร์เนอร์, นวพร มามาก, ณัฐนิชา ศรีละมัย, และละเอียด แจ่มจันทร์. (2561). ผลการใช้การเรียนรู้แบบโครงงานสะเต็มเพื่อส่งเสริมทักษะศตวรรษที่ 21 ในนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาล. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 26(2), 11-19. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Nubuu/article/view/16624

ฉัตรดนัย สุวรรณรงค์ และสิทธิพล อาจอินทร์. (2563). การพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม รายวิชาฟิสิกส์ เรื่อง ของไหลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา. วารสารบัณฑิตศึกษา, 17(78), 71-80. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/SNGSJ/article/view/201441

ชัยชนะ วิวัฒนรัตนบุตร. (2563). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาโดยใช้โครงงานเป็นฐานต่อทัศนคติด้านการเห็นคุณค่าของการทำโครงงานสะเต็มของนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:187509

ธนวรรธณ์ ศรีวิบูลย์รัตน์ และอังคณา อ่อนธานี. (2562). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่อง งานและพลังงาน รายวิชาฟิสิกส์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 25(2), 197-207. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/tgt/article/view/201782

ธัญชนก พูนศิลป์ และนินนาท์ จันทร์สูรย์. (2566). ผลของการบูรณาการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาร่วมกับโครงงานเป็นฐานต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนิสิตครูสาขาเคมี. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 34(3), 165-181. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/edupsu/article/view/259098

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. ุสุวีริยาสาส์น.

ประทีป คงเจริญ. (2564). ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม: คุณลักษณะสำคัญของพลโลกในยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยธนบุรี, 15(3), 165-177. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/trujournal/article/view/251117

ฤทัย ประทุมทอง. (2565). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน รายวิชาระบบสมองกลฝังตัวสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 17(2), 1-11. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/yru_human/article/view/249530

Bell, S. (2010). Project-based learning for the 21st century: Skills for the future. The Clearing House: A Journal of Educational Strategies, 83(2), 39–43. https://doi.org/10.1080/00098650903505415

Capraro, R. M., Slough, S. W., Capraro, M. M., & Morgan, J. (2013). STEM project-based learning: An integrated science, technology, engineering, and mathematics (STEM) approach. Brill.

Khan, H., Jumani, N. B., & Gul, N. (2019). Implementation of 21st century skills in higher education of Pakistan. Global Regional Review, 4(3), 223–233. https://doi.org/10.31703/grr.2019(IV-III).29

Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice Hall

Kurniahtunnisa, K., Anggraito, Y. U., Ridlo, S., & Harahap, F. (2023). STEM-PjBL learning: The impacts on students’ critical thinking, creative thinking, communication, and collaboration skills. Journal Penelitian Pendidikan IPA, 9(7), 5007–5015. https://doi.org/10.29303/jppipa.v9i7.2985

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 140, 1–55. https://psycnet.apa.org/record/1933-01885-001

Lin, K.-Y., Wu, Y.-T., Hsu, Y.-T., & Williams, P. J. (2021). Effects of infusing the engineering design process into STEM project-based learning to develop preservice technology teachers’ engineering design thinking. International Journal of STEM Education, 8(1), 1–17, https://doi.org/10.1186/s40594-021-00296-x

Morgan, J. R., Moon, A. M., & Barroso, L. (2013). Engineering better projects. Brill. https://brill.com/display/book/edcoll/9789462091436/BP000005.xml

Papert, S., & Harel, I. (1991). Situating constructionism. constructionism, 36(2), 1-11. https://hcs64.com/teaching%20CS/papert-situating_constructionism.pdf

Piaget, J. (1972). The psychology of the child. Basic Books.

Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. John Wiley & Sons. Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.