การพัฒนาสื่อวีดิทัศน์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง สำหรับผู้ป่วยไตเสื่อม คลินิกชะลอไตเสื่อม โรงพยาบาลหนองคาย

Main Article Content

จอมพล รัตนา
ธนดล ภูสีฤทธิ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย  (1) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของสื่อวีดิทัศน์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง สำหรับผู้ป่วยไตเสื่อม คลินิกชะลอไตเสื่อม โรงพยาบาลหนองคาย (2) เพื่อศึกษาผลการใช้สื่อวีดิทัศน์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ก่อนและหลังการเรียนรู้ด้วยตนเอง (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการใช้งานสื่อวีดิทัศน์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง กลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ป่วยไตเสื่อมที่เข้ามารักษาในคลินิกชะลอไตเสื่อมโรงพยาบาลหนองคาย ซึ่งเป็นผู้ป่วยไตเสื่อม ระยะที่ 4-5 จำนวน 115 คน โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive selection) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ สื่อวีดิทัศน์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง แบบวัดความรู้ความเข้าใจการใช้สื่อวีดิทัศน์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง แบบวัดความพึงพอใจของผู้ป่วยไตเสื่อมมีต่อสื่อวีดิทัศน์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. สื่อวีดิทัศน์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง สำหรับผู้ป่วยไตเสื่อม คลินิกชะลอไตเสื่อม โรงพยาบาลหนองคาย มีค่าดัชนีประสิทธิผล (The Effectiveness Index : E.I.) เท่ากับ 0.4988 แสดงว่าผู้ใช้สื่อมีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 49.88 2. ผลการใช้สื่อวีดิทัศน์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง พบว่าผู้ป่วยที่ใช้สื่อวีดิทัศน์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีคะแนนรวมทุกด้าน พบว่าก่อนเรียนคิดเป็นร้อยละ 51.48 และหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 75.19 มีคะแนน ด้านความรู้เรื่องโรคไต พบว่าก่อนเรียนคิดเป็นร้อยละ 66.67 และหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 87.83 ด้านอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต พบว่าก่อนเรียนคิดเป็นร้อยละ 49.13 และหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 72.39 ด้านการใช้ยาในผู้ป่วยโรคไต พบว่าก่อนเรียนคิดเป็นร้อยละ 42.83 และหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 71.74 ด้านการบำบัดทดแทนไต พบว่าก่อนเรียนคิดเป็นร้อยละ 51.09 และหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 71.96 3. ผู้ป่วยที่ใช้สื่อวีดิทัศน์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นพบว่ามีความพึงพอใจเฉลี่ยโดยรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.47 ซึ่งอยู่ในระดับพึงพอใจมาก

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

ประเภทบทความ
Research Article

เอกสารอ้างอิง

คณิตตา ปันติ ศุภฤกษ์ ทานาค และนาตยา ปิลันธนานนท์. (2563) .การผลิตสื่อวีดิทัศน์เชิงปฏิสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติงาน
เย็บผ้า ในรายวิชาการงานอาชีพ ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์. 35 (1 ) 113-122
บรรจง พลไชย. (2557). การรับรู้ประโยชน์ ทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้หมวกนิรภัยของนักศึกษาพยาบาล มหาวิทยาลัยนครพนม.
วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 6 (11),78-88.
เผชิญ กิจระการ. (2546). ดัชนีประสิทธิผล. มหาสารคาม: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
พงศ์ศักดิ์ บัวจะมะ (2555). การพัฒนาวีดิทัศน์บนอินเทอร์เน็ตเพื่อส่งเสริมความมีจิตสาธารณะของนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชา
เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาสัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชา
เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี. ปทุมธานี. ไพโรจน์ ตีรณธนากุล. (2527). ไมโครคอมพิวเตอร์ประยุกต์ทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : ศูนย์สื่อสารเสริม,
วรรณพร จิตรสังวรณ์. (2562). การพัฒนาบทเรียนออนไลน์ เรื่อง หลักสำคัญของเทคโนโลยี สารสนเทศสำหรับนักศึกษา ปริญญาตรี
คณะวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี,
วิทเชษฐ พิชัยศักดิ์และเอกพจน์ ก่อวุฒิ. (2559). การพัฒนาสื่อวีดิทัศน์ เรื่องการปวดหลังระดับเอวสำหรับการเรียนรู้ของนักศึกษา
แพทย์ชั้นปีที่ 5 ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. เวชบันทึกศิริราช. สุขญา บุญพิพัฒน์. (2560) .การพัฒนาสื่อวีดิทัศน์ เรื่อง ส่วนประสมการตลาด รายวิชาการขายเบื้องต้น 1 สำหรับนักเรียนระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์.
อดิศักดิ์ โคตรชุม. (2562). การพัฒนาสื่อวีดิทัศน์ เพื่อประกอบการเรียนรู้รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การจัดและ
ตกแต่งสวน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารโครงงานวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี สารสนเทศ อารีรัตน์ คงตัน. (2553) .ผลของการให้ข้อมูลโดยใช้สื่อวีดิทัศน์ต่อความรู้และการปฏิบัติของพยาบาลวิชาชีพในการป้องกันการติดเชื้อ
จากการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย เชียงใหม่.
Nelson, R., & Staggers, I. N. (2014). Health informatics: An interprofessional approach. St. Louis,
MO:Elsevier Mosby.