ผลการพัฒนาศักยภาพครูปฐมวัยสู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปลอดภัย-ปลอดปัจจัยเสี่ยง ภาคเหนือตอนล่าง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาศักยภาพครูปฐมวัยในการบูรณาการการจัดการเรียนรู้แบบโครงการ (Project Approach) ด้านความปลอดภัยทางถนนและการป้องกันปัจจัยเสี่ยงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และ (2) เปรียบเทียบศักยภาพด้านความรู้ A-S-K ของครูปฐมวัยก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มตัวอย่างคือครูผู้ดูแลเด็กปฐมวัยจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเขตภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่
แบบประเมินศักยภาพครูปฐมวัย และกิจกรรมพัฒนาศักยภาพครูโดยใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบโครงการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)
[1]ผลการวิจัยพบว่า ศักยภาพโดยรวมของครูปฐมวัยหลังเข้าร่วมกิจกรรม (ค่าเฉลี่ย = 4.59, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.36) สูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม (ค่าเฉลี่ย = 3.23, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.49) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านเจตคติ (A) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด โดยมีค่าเฉลี่ยหลังเข้าร่วมกิจกรรมเท่ากับ 4.65 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.33) สูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมที่มีค่าเฉลี่ย 3.40 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.49) รองลงมาคือด้านทักษะ (S) มีค่าเฉลี่ยหลังเข้าร่วมกิจกรรมเท่ากับ 4.60 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.39) สูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมที่มีค่าเฉลี่ย 3.12 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.51) และด้านความรู้ (K) มีค่าเฉลี่ยหลังเข้าร่วมกิจกรรมเท่ากับ 4.52 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.39) สูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมที่มีค่าเฉลี่ย 3.18 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.47) ตามลำดับ
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ. (2562). มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
แสงสีมุข, ส., วรรณศรี, จ., จันทร์ศิลา, ว., & มีแจ้ง, ส. (2557). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. Journal of Education and Innovation, 16(2), 119–128.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2565). แนวทางการสร้างเสริมความปลอดภัยทางถนนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. กรุงเทพมหานคร:กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). แนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2567). มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
Dewey, J. (1997). Experience and education. Touchstone. New York, NY: Basic Books
Diamond, A. (2013). Executive functions. Annual Review of Psychology. New York, NY: Basic Books.
DuFour, R., DuFour, R., Eaker, R., & Many, T. (2010). Learning by doing: A handbook for professional learning communities at work (2nd ed.). Solution Tree Press.
Harte, H. A. (2010). The Project Approach: A strategy for inclusive classrooms. Young Exceptional Children, 13(3), 2–13.
Katz, L. G., & Chard, S. C. (2000). Engaging children’s minds: The project approach (2nd ed.).
Ablex Publishing.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development.
Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Piaget, J. (1972). The psychology of the child. New York, NY: Basic Books.
Dewey, J. (1938). Experience and education. New York, NY: Macmillan.
Caine, R. N., & Caine, G. (1994). Making connections: Teaching and the human brain. Addison-
Wesley.
Sittitun, P., & Sirichaisin, K. (2021). Development of a curriculum for enhance executive function using Project Approach for early childhood. Academic Journal of Mahamakut Buddhist University Roi Et Campus, 10(2), 827–840.
Sawisai, P., Hirunchalothorn, P., & Samahito, C. (2025). The effects of Project Approach learning experienced provision with graphic organizers on responsible decision-making skills in young children. Geneva: World Health Organization.
World Bank. (1998). Assessing aid: What works, what doesn't, and why. Washington, DC: Oxford
University Press.
World Health Organization. (2023). Global status report on road safety 2023. Geneva: World Health Organization.