ผลการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรม Unplugged Coding ที่มีต่อทักษะการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย

Main Article Content

กัญญา พันธุยี่
บัณฑิตา อินสมบัติ
วไลพร เมฆไตรรัตน์

บทคัดย่อ

ง


งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรมอันปลั๊กโค้ดดิ้ง 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมอันปลั๊กโค้ดดิ้งกับเกณฑ์ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านป่าอ้อ จำนวน 9 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมอันปลั๊กโค้ดดิ้ง จำนวน 4 แผน 10 ชั่วโมง และ 2) แบบทดสอบวัดทักษะการาคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัยจำนวน 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบอันดับที่มีเครื่องหมายกำกับของวิลคอกซัน ผลการวิจัยพบว่า


            1) เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมอันปลั๊กโค้ดดิ้ง มีค่าเฉลี่ยทักษะการคิดเชิงคำนวณ หลังเรียนเท่ากับ 18.78 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.09 ก่อนเรียน มีค่าเท่ากับ 11.56 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.13 ซึ่งเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมอันปลั๊กโค้ดดิ้งมีทักษะกาคิดเชิงคำนวณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  2) เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมอันปลั๊กโค้ดดิ้ง มีค่าเฉลี่ยทักษะการคิดเชิงคำนวณหลังเรียน เท่ากับ 18.78 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.09 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พันธุยี่ ก., อินสมบัติ บ., & เมฆไตรรัตน์ ว. (2026). ผลการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรม Unplugged Coding ที่มีต่อทักษะการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย. วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 9(1), 349–358. https://doi.org/10.2774.EDU2026.1.284487
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพ: ผู้แต่ง.

_______. (2563). หลักสูตรอบรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาการคำนวณ ระดับอนุบาล. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ฉัตรพงศ์ ชูแสงนิล. (2563). แนวคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking). กรุงเทพ: ผู้แต่ง.

ชยการ คีรีรัตน์. (2562). การใช้กระบวนการแก้ปัญหาและโปรแกรม App Inventor พัฒนาทักษะ การคิดเชิงคำนวณ (Computation Thinking : CT) สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2(47): 31-47.

ทิศนา แขมมณี. (2556). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 17). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ประภัสสร สำลี, และกิตติพงษ์ พุ่มพวง. (2564). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดด้านวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3. วารสารวิจัยและนวัตกรรมสถาบันอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร. 4(2): 181-198.

ผนวกเดช สุวรรณทัต. (2560). Computational Thinking ในชั้นเรียนแห่งศตวรรษที่ 21. ใน รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ในโรงเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 23. (น. 33-35). กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

พรนภัส ใหญ่วงค์. (2565). การพัฒนาชุดเกม Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้น. การค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ภูมิปรินทร์ มะโน. (2562). สอน CODING อย่างไรให้ง่าย สนุกเหมือนสนามเด็กเล่น. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม 2568, จาก https://thepotential.org/voice-of-new-gen/coding-from coder-poomparin/

ศรัญญา ยั่งยืน, อรพรรณ บุตรกตัญญู, และปิยะนันท์ หิรัณย์ชโลทร. (2566, กรกฎาคม-ธันวาคม). การจัดการเรียนรู้โค้ดดิ้งโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมการเขียนชุดคำสั่งเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณสำหรับเด็กปฐมวัย. วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้. 14(2): 133-147.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). คู่มือการใช้หลักสูตรรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.

_______. (2562). คู่มือการใช้หลักสูตรรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์ สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล. (2562). หลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะด้านโค้ดดิ้งสู่สังคมดิจิทัลในอนาคต. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.

สุวิมล นิลพันธ์. (2563). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged เพื่อพัฒนาทักษะการคิด เชิงคำนวณ เรื่อง รูปสี่เหลี่ยมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. การค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต (คณิตศาสตร์ศึกษา). มหาวิทยาลัยนเรศวร.

อนุวัติ คูณแก้ว. (2566). การเลือกใช้สถิติพื้นฐานและสถิติขั้นสูงสำหรับการวิจัย การทดสอบข้อตกลงเบื้องต้นการวิเคราะห์ข้อมูลและการนำเสนอผลลัพธ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อรรถภูมิ อองกุลนะ. (2565). “กัลยา โสภณพนิช” Coding แบบไม่ต้องเสียบปลั๊ก วิธีคิด “เด็กไทย” ใน “โลกผันผวน”. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม 2568, จาก https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1009568

Brackmann, C. P., et al. (2015). Development of Computational Thinking Skills through Unplugged Activities in Primary School. in Proceedings of the 12th Workshop on Primary and Secondary Computing Education. (pp. 65-72). New York: Association for Computing Machinery.

CAS Barefoot (2014). Computational Thinking. Retrieved February 2, 2024, from https://barefootcas.org.uk/barefoot-primary-computing-resources/concepts/ computational-thinking.

Saxena, A., et al. (2020). Designing Unplugged and Plugged Activities to Cultivate Computational Thinking: An Exploratory Study in Early Childhood Education. Asia-Pacific Education Researcher. 29(1): 55-66.

Tsarava, K., et al. (2017). Training Computational Thinking: Game-Based Unplugged and Plugged-in Activities in Primary School. in Proceedings of the 11th European Conference on Game-Based Learning (ECGBL 2017). (pp. 687 695). Graz: FH JOANNEUM University of Applied Sciences.

Wing, J. M. (2006). Computational Thinking. Communication of the ACM. 49(3): 33-35.