รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะทางสังคมและความสามารถในการตัดสินใจของนักศึกษา สาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

Main Article Content

พงษ์วรินทร์ เต็งยี่
สลักจิตร คณะฤทธิ์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะทางสังคมและความสามารถในการตัดสินใจของนักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ และ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบแก้ปัญหาเพื่อนช่วยเพื่อน 2) แบบวัดความรู้ 3)แบบวัดทักษะทางสังคมและการตัดสินใจ และ 4) แบบวัดเจตคติ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยสถิติบรรยาย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ผลการวิจัยพบว่า


            1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมและการตัดสินใจมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) หลักการ (2) วัตถุประสงค์ (3) เนื้อหา (4) กิจกรรมการสอน (5) การประเมินผล 2) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมและการตัดสินใจ ซึ่งมีค่าความตรงเชิงเนื้อหาของรูปแบบทั้งฉบับ เท่ากับ 1.00      3) ผลการทดลองใช้รูปแบบฯมีดังนี้ (1) ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนใช้รูปแบบฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t= 11.530 , Sig = .000) (2) ด้านของประสิทธิภาพของรูปแบบฯ ซึ่งพิจารณาจากค่า E1/E2 โดยมีค่าเท่ากับ 86.79/84.17 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ75/75 (3) ด้านทักษะทางสังคมและการตัดสินใจในภาพรวมพบว่ามีทักษะอยู่ในระดับดีมาก (M= 3.88, SD = 0.12) และ (4) ด้านเจตคติของรูปแบบฯในระดับดีมาก (M = 4.67 , SD = 0.35)

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เต็งยี่ พ., & คณะฤทธิ์ ส. (2026). รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะทางสังคมและความสามารถในการตัดสินใจของนักศึกษา สาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์. วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 9(1), 12–27. https://doi.org/10.2774.EDU2026.1.283672
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์. (2566). หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา พ.ศ. 2562. เพชรบูรณ์: ผู้แต่ง.

คมศร วงษ์รักษา. (2540). การเปรียบเทียบคุณภาพและความสอดคล้องของเทคนิคการจัดเรียงลำดับความสำคัญที่อิงโมเดลความแตกต่างในการประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ฉฏาธร จันทร์ประดิษฐ์. (2566). การวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เฉลิมพร สืบสิงห์. (2568). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิชาการศรีปทุม ชลบุรี. 21(3): 87-96.

ณิชา โสภณ. (2566). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการสื่อสารและเจตคติต่อการเรียนภาษาญี่ปุ่นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารมหาจุฬาวิชาการ. 10(2): 155-177.

ทับทิมทอง กอบัวแก้ว. (2555). การวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

นิตยา นาคอินทร์. (2567). รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบไฮบริดตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมความฉลาดทางดิจิทัลสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครูระดับปริญญาตรี. วารสาร Journal of Roi Kaensarn Academi. 9(6): 621–636.

บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ปิยมาภรณ์ โชคอวยชัย. (2548). การวัดและประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. (2525). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน.

วรศักดิ์ เพียรชอบ. (2548). การสอนพลศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์การกีฬาแห่งประเทศไทย.

วริยาพัชร วรภัสร์สรกุล. (2568). ความต้องการจําเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูยุคโลกพลิกผันของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสารปราชญ์ประชาคม. 3(17): 34.

วาสนา คุณาอภิสิทธิ์. (2563). แนวคิดและการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์หาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ศิริพร พงศ์ศรีโรจน์. (2543). การวัดและประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ศิวนันท์ อธิจันทรรัตน. (2564). ผลของการจัดการเรียนรู้พลศึกษาแบบร่วมมือด้วยเทคนิคแบบเพื่อนช่วยเพื่อนและแบบ เอส.ที.เอ.ดี. ที่มีต่อทักษะเทควันโดของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2548). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). รายงานการศึกษาแนวทางการพัฒนาทักษะและคุณลักษณะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs). กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.

Joyce, & Showers. (1987). Student achievement through staff development. New York: Longman.

Joyce, B., & Weil, M. (1986). Models of teaching. (3rd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

_______. (2009). Models of Teaching. (8th ed.). Boston, MA: Pearson Education.