ภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรี ตามความคิดเห็นของครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีตามความคิดเห็นของครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 จำแนกตามเพศ และประสบการณ์ในการทำงาน ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 ที่มีผู้บริหารเป็นสตรี จำนวน 189 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ ตามพื้นที่จัดการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และมีความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.93 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ด้วยวิธีของเชฟเฟ่ กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ผลการวิจัยพบว่า
1) ภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีตามความคิดเห็นของครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 โดยรวมและรายด้านมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ด้านบทบาทของผู้นำ ด้านการมีส่วนร่วมของผู้นำ และด้านพฤติกรรมของผู้นำ 2) การเปรียบเทียบภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีตามความคิดเห็นของครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 จำแนกตามเพศ พบว่า โดยรวมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อจำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนพัฒนาการศึกษาของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2560-2564). กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์, และคณะ. (2551). พฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพฯ: วี.พริ้นท์.
ธร สุนทรายุทธ. (2553). การบริหารจัดการเชิงจิตวิทยา หลักการ การประยุกตและกรณีศึกษา. กรุงเทพฯ: เนติกุลการพิมพ์.
ปวีณา งามเจริญ. (2564). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีในสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดตราด. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยบูรพา.
ภัทราภรณ์ ประชานันท์. (2558). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด.
ภารดี อนันต์นาวี. (2551). หลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางการบริหารการศึกษา. ชลบุรี: มนตรี มิเกล กาไรซาบาล.
มัณฑนา ภัคคุณานนท์, แน่งน้อย ย่านวารี, สมคิด สร้อยน้ำ, และจุมพล พูลภัทรชีวิน. (2557). อนาคตภาพภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีโรงเรียนประถมศึกษาของไทย ในทศวรรษหน้า. (พ.ศ. 2557- 2567). วารสารนานาชาติมหาวิทยาลัยขอนแก่น สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 6(1): 80-95.
รุจิรา ฟูเจริญ. (2560). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีที่ประสบความสำเร็จในสถาบันอาชีวศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาภาครัฐ ในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต (การจัดการ). มหาวิทยาลัยชินวัตร.
วิลาวัลย์ ชูศรีวาส. (2562). พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารสตรีที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด.
สุรกิจ สิอิ้น. (2556). การศึกษาภาวะผู้นำผู้บริหารสตรีของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยบูรพา.
สมุทร ชํานาญ. (2557). ภาวะผู้นําทางการศึกษา ทฤษฎี และปฏิบัติ. (พิมพ์ครั้งที่ 2). ระยอง: พี. เอส. การพิมพ์.
สมควร ภักดีวุฒิ. (2550). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำกับการใช้อำนาจของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3. (2563). แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2564. กาญจนบุรี: ผู้แต่ง.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2556). รายงานครูและพนักงานราชการจำแนกตามตำแหน่งรวมโรงเรียนทุกประเภท. กรุงเทพฯ: ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ.
อรวรรณ เสือโคร่ง. (2556). ภาวะผู้นําผู้บริหารสตรีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นทีการศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 2. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยบูรพา.
อินทวัชร ลี้จินดา. (2555). บทบาทของสตรี. นิตยสารยุทธโทษวารสาร. 1(2): 45-49.
Abramson, M A. (1996). In search of the new leadership. New York: Leadership.
Colquitt, J. A., Lepine, J. A., & Wesson, M. J. (2017). Organizational Behavior: Essentials for Improving Performance and Commitment. Irwin: McGraw-Hill.
Eugenia, I. N. (2010). School management positions and women empowerment–A Rwandan case, in Kigali Institute of Management. International Journal of Business and Management. 5(6): 180-187.
Fisher, K. (2010). Technology-enabled active learning environments: an appraisal. University of Melbourne: Australia. (Online). Retrieved from http://www.oecd.org/education/innovation-education.
Heller, T. (1982). Women and Men as Leaders, in Business, Educational and Social Service Organizations. New York: Praeger.
Jones, G. R. & George, J. M. (2016). Contemporary management. (9th ed.). McGraw-Hill: International Edition.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3): 607-610.
Saeed, R., et al. (2011). Effect of female principal’s management styles on teacher’s job satisfaction in Isfahan- Iran, girls high schools. International education studies. 4(3): 124-132.