การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิดิโอคอนเทนต์เพื่อส่งเสริมการอ่านเพื่อความเข้าใจ เรื่องประเพณีไหลเรือไฟ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) หาประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดการสอนร่วมกับสื่อวิดิโอคอนเทนต์เพื่อส่งเสริมการอ่านเพื่อความเข้าใจให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) ศึกษาความสามารถทางการอ่านเพื่อความเข้าใจ ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยวิดิโอคอนเทนต์ เรื่องประเพณีไหลเรือไฟร่วมกับแบบฝึกการอ่าน และ 3) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียนโดยวิดิโอคอนเทนต์ เรื่องประเพณีไหลเรือไฟร่วมกับแบบฝึกการอ่าน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 43 คน ซึ่งได้มาด้วยวิธีการจัดแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือวิจัยที่ใช้ในการวิจัย 1) สื่อวิดิโอคอนเทนต์เพื่อส่งเสริมการอ่านเพื่อความเข้าใจ 2) แบบประเมินทักษะความสามารถของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยวิดิโอคอนเทนต์ เรื่องประเพณีไหลเรือไฟ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า
1) การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิดิโอคอนเทนต์ที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.32/87.98 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์สูงกว่าที่กำหนด 2) นักเรียนที่เรียนด้วยวิดิโอคอนเทนต์ เรื่องประเพณีไหลเรือไฟ มีความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จันทรพิมพ์ รังสี. (2565). การพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยการใช้เทคนิค SQ6R ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การสอนภาษาอังกฤษ). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ครูอัพเดทดอทคอม. (2561). ภาษาอังกฤษกับสังคมไทยปัจจุบัน. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2565, จากhttp://www.kruupdate.com/news/newid-4343.html.
ธีรนันท์ ศรีวิทัศน์, กัญณภัทร นิธิศวราภากุล, และปิยลักษณ์ อัครรัตน์. (2562). การจัดการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้วิดีโอบนยูทูปร่วมกับแนวคิดการสอนภาษา เพื่อการสื่อสาร เพื่อพัฒนาทักษะการฟัง และพูดภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยราชภัฏ พระนคร.
ประเพณีไหลเรือไฟ. (2564). วัฒนธรรมและประเพณี.ศิลปะและวัฒนธรรมผสานมุมมองทางวิศวกรรม. สืบค้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2565, จาก http://en.npu.ac.th/wisdom/?p=568.
ผาณิตา ปู่แตงอ่อน. (2561). ผลการใช้สื่อวีดิโอและการใช้กลยุทธ์อภิปัญญาต่อทักษะการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
รวิวรรณ สิทธิสุวรรณ. (2564). การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้แบบฝึก Reading newspaper สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนทุ่งขนานวิทยา. รายงานวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนทุ่งขนานวิทยา อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันบุรี-ตราด.
วรางคณา เค้าอ้น. (2560). การพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 โดยใช้สถานการณ์เป็นฐานในการเรียนรู้. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.
ศศิษา วงศ์ไพรินทร์, และบุหงา ชัยสุวรรณ. (2561). กระบวนการคิดเชิงออกแบบผ่านวิดิโอคอนเทนต์ โดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่องของเฟสบุ๊คแฟนเพจ Minuteviodes Thailand. วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมจัดการ. 37(2): 86-99.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ องค์การมหาชน. (2565). ประกาศผลสอบ. สืบค้นเมื่อ 30 มีนาคม 2565, จากhttps://www.niets.or.th/th/.
สุภาพร พันเหลา. (2560). การวิจัยและพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่ออสารนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
Cowles, M., & Davis, C. (1982). On the origins of the 0.5 level of statistical significance. Journal of American psychologist. 37(5): 553-558.
Education Technology. (2562). การยกระดับการศึกษาของไทย. พระสยาม Magazine. 3(2562). สืบค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2565, จาก https://www.learn.co.th/news_post/education-technology.