สะเต็มศึกษากับการจัดการความรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดนครสวรรค์
Main Article Content
บทคัดย่อ
สะเต็มศึกษาเป็นแนวคิดการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการ 4 ศาสตร์ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ กิจกรรมการเรียนการสอนเน้นการดำเนินกิจกรรมโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมซึ่งเริ่มจาก การเผชิญปัญหา รวบรวมข้อมูล ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน ดำเนินการแก้ปัญหา ประเมินวิธีการแก้ปัญหา และนำเสนอวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานที่ได้ โดยการเรียนรู้ผ่านสะเต็มศึกษามีแนวทางหลายแนวทาง ได้แก่ การใช้ปัญหาเป็นฐาน การใช้โครงงานเป็นฐาน และการออกแบบเป็นฐานด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม อีกทั้งยังมีเครื่องมือสำหรับ การเรียนรู้มากมาย โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 21 มีเครื่องมือ สื่อ หรือเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย แต่เครื่องมือสมัยใหม่ก็ไม่ใช่เครื่องมือเดียวของการเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นนับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องมือการเรียนรู้อย่างดีสำหรับคนรุ่นใหม่ ภูมิปัญญาผ่านการคิด กลั่นกรอง ผ่านการลองผิดลองถูก ลองใช้ แล้วแก้ไขจนสามารถอำนวยความสะดวกของคนโบราณได้ ซึ่งก็แฝงไปด้วยความรู้เนื้อหาวิชาต่าง ๆ ไม่แพ้การเรียนรู้ในปัจจุบัน ดังนั้นจึงมีการนำสะเต็มศึกษามาช่วยวิเคราะห์ภูมิปัญญาท้องถิ่นว่าในภูมิปัญญาท้องถิ่นมีองค์ความรู้และกระบวนการอย่างไรก่อนจะนำมาใช้งานได้ หรือแก้ปัญหาได้ หลังจากการวิเคราะห์แล้วผู้เรียนจะได้แนวทางในการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาด้วยองค์ความรู้และวิทยาการใหม่ ๆ ให้เครื่องไม้เครื่องมือจากภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบเดิมถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งซึ่งเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้อีกด้วย
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ แก้ววงศ์. (2560). ประวัติความเป็นมาของไทยทรงดำ. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม 2564, จาก http://www.obtwangchan.go.th/site/index.php?option=com_content&view=article&id=90:2560&catid=3:newsflash&Itemid=63.
พรทิพย์ ศิริภัทราชัย. (2556). STEM Education กับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. วารสารนักบริหาร, 33(2): 49-56.
มนสิช สิทธิสมบูรณ์. (2563). การจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา. พระนครศรีอยุธยา: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.). (ม.ป.ป.). กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2563, จาก http://www.stemedthailand.org/?page_id=23.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.). (ม.ป.ป.). สะเต็มศึกษาและการออกแบบเชิงวิศวกรรม. สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2563, จาก http://www.stemedthailand.org/?knowstem.
สุชาติ แสงทอง. (2559). ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และชาติพันธุ์ในนครสวรรค์. นครสวรรค์: สำนักศิลปะและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
สุทธิดา จำรัส. (2560). นิยามของสะเต็มและลักษณะสำคัญของกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ., 10(2): 13-34.
สุธิดา การีมี. (2560). การใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และทักษะการแก้ปัญหา ตอนที่ 1. นิตยสาร สสวท., 46(209): 23-27.
สุพรรณี ชาญประเสริฐ. (2557). การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21. นิตยสาร สสวท., 42(186): 3-5.
เสรี ซาเหลา, และคณะ. (2545). รายงานการวิจัย เรื่องกลุ่มชาติพันธุ์: วัฒนธรรม ประเพณี จังหวัดนครสวรรค์. นครสวรรค์: สถาบันราชภัฏนครสวรรค์.
อมรรัตน์ เตชะนอก, และคณะ. (2563). การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(9): 1-15.
OpenRice TH Editor. (2559). ประวัติข้าวแช่และวิธีกินข้าวแช่ที่ถูกต้อง. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2563, จาก https://th.openrice.com/th/bangkok/article.