การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โครงการฟักทอง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์สำหรับเด็กปฐมวัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการจัดกิจกรรมการเสริมประสบการณ์โครงการฟักทอง 2) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์สำหรับเด็กปฐมวัยก่อนและหลังเพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดวิเคราะห์ เป็นการวิจัยการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาคือเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 อายุ 5-6 ปี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนบ้านเขาชะโงก ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดกิจกรรมการการเสริมประสบการณ์โครงการฟักทอง จำนวน 20 แผน คู่มือการจัดกิจกรรมการเสริมประสบการณ์โครงการฟักทอง จำนวน 4 ชุด แบบทดสอบทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย จำนวน 3 ชุด ที่มีความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.72 ในการวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงทดลองและใช้แบบแผนการทดลอง One Group Pretest – Posttest Design และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ค่าคะแนนเฉลี่ย ค่าความแปรปรวน ส่วนเบี่ยงมาตรฐาน และแบบทดสอบความแตกต่างโดยใช้ค่าสถิติร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า
1) การศึกษาทักษะการคิดวิเคราะห์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยรวม ก่อนการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โครงการฟักทอง มีค่าร้อยละ 61.50 ( =14.76) หลังการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โครงการฟักทอง มีค่าร้อยละ95.43 ( =22.90) ส่งผลให้มีคะแนนการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยมีค่าร้อยละ 33.92 (=8.14) แสดงว่า เด็กมีการพัฒนาทักษะการคิดเชิงเหตุผลสูงขึ้นกว่าก่อนการจัดกิจกรรมซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้
คำสำคัญ : เด็กปฐมวัย , การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โครงการฟังทอง , ทักษะการคิดวิเคราะห์
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2551). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มิตรสัมพันธ์กราฟฟิค.
นรินทร์ พูลเพิ่ม. (2562). ฟักทอง: ชุด เกษตรกรรมลองทำดู: ฟักทอง: ชุด เกษตรกรรมลองทำดู. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊ค.
นิภา เกษตรสมบูรณ์. (2558). ผลการจัดประสบการณ์แบบโครงการโดยใช้กระบวนการกลุ่มที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.
นันฺธิชา ทาภักดี. (2558). การพัฒนาการจัดประสบการณ์เสริมทักษะทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการเรียนการสอน). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
น้ำผึ้ง เลาหบุตร. (2560). การพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และทักษะทางสังคม โดยการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบโครงการสำหรับเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการนิเทศ). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บุญศรี ใหม่คามิ. (2557). การเปรียบเทียบผลการจัดกิจกรรมประสบการณ์ตามแนวการสอนแบบโครงการกับแบบปกติที่ส่งผลต่อการพัฒนาการของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ปิยะนันท์ พูลโสภา. (2560). การพัฒนาการเล่น เพื่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 32(1), 1 – 8.
พัชรี ผลโยธิน. (2556). การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไทยตามแนวคิดไฮสโคป. กรุงเทพฯ: อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
ยุพา ศิริรักษ์. (2558). ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการที่มีต่อความสามารถด้านการสังเกต การจำแนก และการเปรียบเทียบของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัย ราชภัฏนครสวรรค์.
วัฒนา มัคคสมัน. (2554). การสอนแบบโครงการ. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: วี.พริ้นท์.
สรวงพร กุศลส่ง. (2552). ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เอกสารคำสอน ชุดวิชาวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เพชรบูรณ์: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์.
สุทธิ์นา ขันอาสา. (2550). ความสามารมทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบโครงงาน. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (การศึกษาปฐมวัย). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
อรอนงค์ เดชโยธิน. (2559). การพัฒนาการรู้สิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การสอนแบบโครงการที่เน้นการคิดแก้ปัญหา. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
Hartman, A. J. (1995). Project work: Supporting children’s need for inquiry. Association For Children Education International, 7(3), 93.
Katz, H. C. (1993). The hundred languages of children: The Reggio Emilia approach to Early childhood education. Norwood, New York: Ablex.