การส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โดยใช้กลวิธีการโค้ชเชิงบวก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากลวิธีการโค้ชเชิงบวกที่ส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 2) ศึกษาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูที่ได้รับกลวิธีการโค้ชเชิงบวกและ 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูที่มีต่อกลวิธีการโค้ชเชิงบวก กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยได้แก่ นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ที่ลงทะเบียนรายวิชาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 2 ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 12 คน ซึ่งได้จากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย1) แผนการจัดกิจกรรมการโค้ชเชิงบวก 2) แบบประเมินสมรรถนะ การจัดการเรียนรู้ และ 3) แบบสอบถามความคิดเห็น การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ข้อมูลเชิงปริมาณใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า
1) กลวิธีการโค้ชเชิงบวกที่ส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษา ประกอบด้วย การกำหนดเป้าหมาย การให้ข้อเสนอแนะเชิงบวก การเสริมแรงทางบวก และการสะท้อนคิด 2) หลังจากใช้กลวิธีการโค้ชเชิงบวกนักศึกษามีสมรรถนะการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม และนักศึกษามีสมรรถนะการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับดีเยี่ยม จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 75.00 ระดับดีมาก 2 คนคิดเป็นร้อยละ 16.67 และระดับดี 1 คน คิดเป็นร้อยละ 8.33 3) ในภาพรวมนักศึกษามีความเห็นว่ากลวิธีการโค้ชเชิงบวกช่วยส่งเสริมให้มีความมั่นใจ และการสะท้อนคิดช่วยให้มีแนวทางในการพัฒนาตนเองมากยิ่งขึ้น
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา ตั้งชลทิพย์. (2563). การพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาครูผ่านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. 12(2): 55 - 70.
กฤติยา อริยา, สายรุ้ง ธิตา, จันทร์จิรา ชัยภมรฤทธิ์, และมลฤดี แซ่ม้า. (2566). การสร้างชุดฝึกอบรมการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 1 ฐานสมรรถนะสำหรับนักศึกษา ค.บ. 4 ปี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์. 18(2): 33 - 46.
คณะครุศาสตร์. (2566). คู่มือการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
คุรุสภา. (2562). มาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพครู. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). รายงานการวิจัยสมรรถนะหลักของครูในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
ปณัฐ เนรมิตตกพงศ์, และภิญโญ รัตนาพันธุ์. (2560). การโค้ชเชิงบวกเพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษา. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยขอนแก่น. 37(2): 55 - 70.
ปัญญ์ประคอง สาธรรม, และอมรรัตน์ วัฒนาธร (2561). การพัฒนาหลักสูตรพัฒนาครูโดยใช้การโค้ชเชิงบวก. วารสารวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. 8(1): 25 - 36.
ไพศาล วรคำ. (2564). การวิจัยทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 12). มหาสารคาม: ตักสิลาการพิมพ์.
Best, J. W. (1977). Research in Education. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Darling-Hammond, L. (2005). School administrator’ leadership and communication skill for effective secondary school administration in River state. Journal of Interdisciplinary Studies. 39-53.
_______. (2006). Powerful teacher education: Lessons from exemplary programs. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Devine, M., Meyers, R., & Houssemand, C. (2013). How can coaching make a positive impact within educational settings? Procedia – Social and Behavioral Sciences. 93: 1382 - 1389.
Grant, A. M., & Cavanagh, M. J. (2011). Coaching psychology: How did we get here and where do we go next? In M. Cavanagh, A. Grant, & T. Kemp (Eds.). Evidence-based coaching handbook. (pp. 1–16). Wiley.
Johnson, S. R., Pas, E. T., Bradshaw, C. P., & Ialongo, N. S. (2018). Promoting teachers’ implementation of classroom-based prevention programming through coaching: The mediating role of the coach–teacher relationship. Prevention Science. 19(2): 178 - 188.
Kraft, M. A., Blazar, D., & Hogan, D. (2018). The effect of teacher coaching on instruction and student achievement: A meta-analysis of the causal evidence. Review of Educational Research. 88(4): 547 - 588.