ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม MODEL ELICITING ACTIVITIES ที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาและความสามารถในการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
DOI:
https://doi.org/10.14456/edubuu.2026.16คำสำคัญ:
แนวคิด MEAs, การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์, การเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และความสามารถในการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม Model Eliciting Activities กับเกณฑ์ร้อยละ 80 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 24 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม Model eliciting activities เรื่องการประยุกต์อนุพันธ์ จำนวน 5 แผน 2) แบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.74 และ 3) แบบวัดความสามารถในการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.77 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบทีแบบกลุ่มตัวอย่างเดียว ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม Model eliciting activities มีความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม Model Eliciting Activities มีความสามารถในการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ทศพล สุดดี. (2563). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวทาง MEAs ที่มีต่อความสามารถในการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ เรื่องสมการเชิงเส้นสองตัวแปรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 [วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร]. NU Intellectual Repository. http://www.edu.nu.ac.th/th/news/docs/download/2020_09_13_12_30_36.pdf
วิฬาร์ เลิศสมิตพร. (2558). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนว Model Eliciting Activities ที่มีต่อความสามารถในการถ่ายโยงการเรียนรู้ และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula DigiVerse.https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2015.62
เวชฤทธิ์ อังกนะภัทรขจร. (2555). ครบเครื่องเรื่องควรรู้สำหรับครูคณิตศาสตร์หลักสูตรการสอนและการวิจัย. จรัสสนิทวงศ์การพิมพ์.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2555). ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์. ซีเอ็ดยูเคชั่น.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). รายงานผลการประเมิน PISA 2022. https://pisathailand.ipst.ac.th
อัมพร ม้าคนอง. (2557). คณิตศาสตร์สำหรับครูมัธยม. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัมพร ม้าคนอง. (2559). ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์: การพัฒนาเพื่อพัฒนาการ (พิมพ์ครั้งที่ 3) ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Bitter, G. G. (1990). Mathematics methods for the elementary and middle school: A comprehensive approach. Allyn and Bacon.
Bostic, J.D. (2013). Model-eliciting activities for teaching mathematics. Mathematics Teaching in the Middle School, 18(5), 262–266. https://doi.org/10.5951/mathteacmiddscho.18.5.0262
English, L. D., & Sriraman, B. (2010). Theories of mathematical learning. In English, L. D. (Ed.), Handbook of international research in mathematics education (2nd ed., pp. 7–28). Routledge.
English, L. D., & Watters, J. J. (2005). Mathematical modeling in the early school years. Mathematics Education Research Journal, 16(3), 58–79. https://doi.org/10.1007/BF03217401
Ferrini-Mundy, J., Lauten, D., & Graeber, A.O. (1994). Connecting research to teaching: Learning about calculus learning. Mathematics Teacher, 87(2), 115–121. https://doi.org/10.5951/MT.87.2.0115
Hestenes, D. (2010). Modeling theory for math and science education. In Lesh, R., Galbraith, P., Haines,C. & Hurford, A. (Eds.) Modeling students’ mathematical modeling competencies (pp. 13–41). Springer. https://doi.org/10.1007/978-1-4419-0561-1_3
Kennedy, L. M., Tipps, S., & Johnson, A. (2008). Guiding children’s learning of mathematics (11th ed.). Thomson Wadsworth.
Lesh, R., & Doerr, H. M. (2003). Beyond constructivism: Models and modeling perspective on mathematics problem solving, learning, and teaching. Lawrence Erlbaum Associates Publishers.
Lesh, R., & English, L. D. (2005). Trends in the evolution of models & modeling perspectives on mathematical learning and problem solving. Zentralblatt für Didaktik der Mathematik37, 487–489. https://doi.org/10.1007/BF02655857
Lesh, R., Galbraith, P., Haines, C., & Hurford, A. (2010). Model eliciting activities (MEAs) as a research tool and as an instructional innovation. In Lesh, R., Galbraith, P., Haines,C. & Hurford, A. (Eds.), Modeling students’ mathematical modeling competencies (pp. 1–14). Springer.
Lesh, R., Hoover, M., Hole, B., Kelly, A. E., & Post, T. R. (2000). Principles for developing thought-revealing activities for students and teachers. In Kelly, A. E., & Lesh, R. (Eds.), Handbook of research design in mathematics and science education (pp. 591–646). Routledge.
National Council of Teachers of Mathematics. (2000). Principles and standards for school mathematics (Vol. 1). National Council of Teachers of Mathematics.
Showalter, Q. (2008). The effect of model-eliciting activities on problem-solving processes and student disposition toward mathematics (Doctoral dissertation). University of Kansas.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ของบทความที่ปรากฏในวารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นของวารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ทั้งนี้บทความทุกเรื่องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิ ข้อความและข้อมูลของบทความในวารสารฯ เป็นแนวคิดของผู้แต่ง มิใช่เป็นความคิดเห็นของกองบรรณาธิการ และมิใช่ความรับผิดชอบของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการแต่ต้องอ้างอิงแสดงแหล่งที่มาและอยู่ในขอบเขตของกฎหมายลิขสิทธิ์