กลวิธีการสร้างความสยองขวัญในนวนิยายเรื่องโลงลิเกของภาคินัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กลวิธีการสร้างความสยองขวัญในนวนิยายเรื่อง โลงลิเก ของภาคินัย ใน 2 ประเด็นหลัก คือ (1) การผสมผสานวัฒนธรรมพื้นบ้านกับความเชื่อเรื่องผี วิญญาณ และพิธีกรรม และ (2) กลวิธีทางวรรณศิลป์ในการสร้างความสยองขวัญ การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยทางวรรณคดีวิจารณ์ โดยศึกษานวนิยายเรื่อง โลงลิเก (พ.ศ. 2563, สำนักพิมพ์โซฟาพับลิชชิ่ง)เป็นแหล่งข้อมูลหลัก อาศัยกรอบแนวคิดเรื่องลักษณะนวนิยายสยองขวัญและการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ร่วมกับแนวคิดบทบาทวรรณกรรมต่อสังคมวัฒนธรรมและความเชื่อเรื่องวิญญาณในสังคมไทย เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบกลวิธีสำคัญ 2 ด้าน ด้านแรกคือการผสมผสานวัฒนธรรมพื้นบ้านกับความเชื่อเรื่องผี วิญญาณ และพิธีกรรม ผ่านการใช้ลิเกและโรงลิเกร้างเป็นพื้นที่กำกวมระหว่างโลกคนเป็นกับคนตาย ผสานความเชื่อเรื่องวิญญาณไร้ความยุติธรรมกับหลักกรรม และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกทอดทิ้งจนกลายเป็นพลังอันตราย ด้านที่สองคือกลวิธีทางวรรณศิลป์ ได้แก่ สัญลักษณ์ที่ขัดแย้งทางความหมาย การบรรยายด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า ตัวละครกำกวมระหว่างสองโลก และโครงเรื่องพลิกผันที่เชื่อมโยงกับหลักกรรม แสดงให้เห็นการผสานสัญลักษณ์วัฒนธรรมไทยกับเทคนิควรรณกรรมสากลอย่างมีเอกลักษณ์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กิจตปุณศ์ ดอนไพรเมือง. (2562). การศึกษาวิเคราะห์ตัวละครเอกในนวนิยายเรื่องนางชฎาของภาคินัย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). อุตรดิตถ์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.
จิตติพร บุญพูล. (2561). ภาพเสนอ "ผี" ในนวนิยายของภาคินัย. ใน การนำเสนอโครงการประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานระดับชาติของนักศึกษาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครั้งที่ 1/2561, หน้า 19-31. 15 กันยายน, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. กรุงเทพฯ : มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์.
ปรีชญา สุขมี. (2562). การวิเคราะห์กลวิธีการสร้างโครงเรื่องในนวนิยายผีชุด Six Scream ของภาคินัย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 12). พระนครศรีอยุธยา : มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พิมพ์ใจ หาญพาณิชย์. (2562). การผสมผสานวัฒนธรรมพื้นบ้านในวรรณกรรมไทยร่วมสมัย, วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 38(4), 99–114.
ภาคินัย. (2563). โลงลิเก. กรุงเทพฯ : โซฟาพับลิชชิ่ง.
มติชนออนไลน์. (2566). อาลัย 'ภาคินัย' นักเขียนชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 41 ปี. มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 18 มีนาคม 2569 จาก https://www.matichon.co.th.
รัชนีกร กรรณสูต. (2553). วรรณกรรมไทยในมุมมองสังคมและวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
วนิดา บำรุงไทย. (2544). ศาสตร์และศิลป์แห่งนวนิยาย. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
วราพรรณ ทิ้งโคตร และ นนทชา คัยนันทน์. (2562). การใช้ภาษาสร้างจินตภาพในนวนิยายสยองขวัญชุด 4 ทิศตายของภาคินัย, วิวิธวรรณสาร. 3(2), 63-80.
วัชรีย์ อินทะชิต และกาญจนา วิชญาปกรณ์. (2568). ลักษณะเฉพาะความสยองขวัญในนวนิยายของตรี อภิรุม, วารสารครุพิบูล คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. 12(1), 15–26.
สำนักพิมพ์โซฟาพับลิชชิ่ง. (2563). ประวัตินักเขียน ภาคินัย กสิรักษ์, โซฟาพับลิชชิ่ง. สืบค้นเมื่อ 18 มีนาคม 2569, จาก https://www.sofa-publishing.com.
สุทธิดา สุวรรณพงษ์. (2564). สังคมเมืองร่วมสมัยในวรรณกรรมสยองขวัญของภาคินัย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เสฐียรโกเศศ. (2514). ความเชื่อถือของไทย. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา.
อัมพร โปษยะจินดา. (2555). วิญญาณในวัฒนธรรมไทย: การศึกษาเชิงมานุษยวิทยา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
Barthes, R. (1972). Mythologies (A. Lavers, Trans.). New York : Hill and Wang.
Carroll, N. (1990). The philosophy of horror: Or, paradoxes of the heart. London : Routledge.
Freud, S. (1999). The "uncanny." In J. Strachey (Ed. & Trans.), The standard edition of the complete psychological works of Sigmund Freud, 17, 217–256.
Joshi, A. D. (2011). Ramsey Campbell as a writer of horror fiction (Doctoral dissertation), Kolhapur : Shivaji University.
Morreall, J. (2009). Comic relief: A comprehensive philosophy of humor. Massachusetts : Wiley-Blackwell.
Saussure, F. de. (1983). Course in general linguistics (R. Harris, Trans.). London : Duckworth.
Turner, V. (1969). The ritual process: Structure and anti-structure. Chicago : Aldine Publishing.