เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ลักษณะของวารสาร

วารสารมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นวารสารเผยแพร่บทความวิชาการ – วิจัยบทความปริทัศน์ และบทความรายงานการวิจัยทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของบุคลากรมหาวิทยาลัยทักษิณ และบุคลากรจากหน่วยงานภายนอก โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

  1. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้ต้องไม่เคยเผยแพร่ในวารสาร รายงาน หรือสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อน
  2. เนื้อหา บทความ หรือข้อคิดเห็นที่พิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น กองบรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
  3. ต้นฉบับจะได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิก่อนการตีพิมพ์
  4. ต้นฉบับจะเขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ ชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  และต้องมีบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  5. ต้นฉบับต้องพิมพ์บนกระดาษขาว ขนาด  A4 พิมพ์หน้าเดียว ใส่เลขกำกับหน้าทุกหน้า พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft Word ใช้แบบอักษร (Font) TH SarabunPSK ขนาด 16
  6. ถ้ามีภาพประกอบ ควรเป็นภาพถ่ายขาว – ดำ ที่ชัดเจน
  7. ถ้าเป็นภาพวาดลายเส้น ให้วาดบนกระดาษขาวโดยใช้หมึกดำให้สะอาดและลายเส้นคมชัด
  8. ความยาวของเนื้อเรื่อง ภาพประกอบ ตาราง  และบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษรวมเอกสารอ้างอิงไม่ควรเกิน 20 หน้า
  9. ส่งต้นฉบับ จำนวน 2 ชุด และแผ่นซีดีบันทึกข้อมูล จำนวน 1 แผ่น พร้อมใบนำส่ง มายังกองบรรณาธิการวารสารมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ เลขที่ 140 หมู่ 4 ถนนกาญจนวนิช ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 90000  พร้อมทั้งส่งไฟล์ข้อมูล *.doc ไปยัง E-mail: sumalee_thongdee@hotmail.com

การเตรียมต้นฉบับ

รายละเอียดขนาดตัวอักษรและรูปแบบการพิมพ์

          ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 เว้นขอบด้านบน /ขอบด้านซ้าย1.5 นิ้วเว้นขอบด้านล่าง / ขอบด้านขวา 1 นิ้ว

ส่วนประกอบของบทความ

รูปแบบการพิมพ์

ขนาดตัวอักษร

ลักษณะตัวอักษร

ชื่อบทความ

กลางหน้ากระดาษ

18

ตัวหนา

ชื่อผู้แต่ง

ชิดขวา

14

ตัวธรรมดา

บทคัดย่อ

-ภาษาไทย

-ภาษาอังกฤษ

ชิดซ้าย

16

หัวข้อตัวหนา

เนื้อหาตัวปกติ

หัวข้อแบ่งตอน

ชิดซ้าย

16

ตัวหนา

หัวข้อย่อย

ใช้หมายเลข

16

ตัวปกติ

เนื้อหาบทความ

-

16

ตัวปกติ

การเน้นความในบทความ

-

16

ตัวปกติ

ข้อความในตาราง

-

14

ตัวปกติ

บรรณานุกรม

กลางหน้ากระดาษ

18

ตัวหนา

ภาพประกอบ / คำอธิบายใต้ภาพ

กลางหน้ากระดาษ

14

ปกติ

  

ชื่อเรื่อง ควรกระชับและตรงกับเนื้อเรื่อง

 

ชื่อผู้เขียน

  1. ระบุชื่อ – นามสกุลจริง (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) โดยวางไว้ทางขวามือใต้ชื่อของบทความ
  2. ระบุเชิงอรรถของผู้เขียน ซึ่งประกอบด้วย ตำแหน่งทางวิชาการ คุณวุฒิ สาขาวิชา/ภาควิชา คณะ สถาบัน และ e-mail ตามลำดับ (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)

 

บทคัดย่อ

  1. บทความภาษาไทยต้องมีบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดยใช้บทคัดย่อภาษาอังกฤษก่อนบทคัดย่อภาษาไทย และจำนวนคำไม่เกิน 200 คำ
  2. บทความภาษาอังกฤษต้องมีบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยใช้บทคัดย่อภาษาไทยก่อนบทคัดย่อภาษาอังกฤษ และจำนวนคำไม่เกิน 200 คำ
  3. ท้ายบทคัดย่อให้ผู้เขียนกำหนดคำสำคัญ (Keywords) สำหรับคำดัชนีเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่ควรเกิน 4 คำ

 

เกณฑ์การพิจารณาบทความ

          1.  กองบรรณาธิการวารสารพิจารณาคัดเลือกคุณภาพบทความ และ/หรือปรับแก้ตามความเหมาะสมก่อนส่งผู้ทรงคุณวุฒิ

          2.  ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 2 คนเป็นผู้พิจารณาเนื้อหาสาระ ตรวจสอบความถูกต้อง และคุณภาพทางวิชาการของบทความและเห็นชอบให้ตีพิมพ์ทั้ง 2 คน กรณีผู้ทรงคุณวุฒิเห็นชอบ 1 ใน 2 คน ทางกองบรรณาธิการวารสารฯ จะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติมอีก จำนวน 1 คน (และในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิที่แต่งตั้งเพิ่มขึ้นผู้เขียนบทความต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าตอบแทนผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 1,000 บาท) และบทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ใน 3 คน กรณีเมื่อเสนอบทความต่อผู้ทรงคุณวุฒิแล้วไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ผู้เขียนบทความประสงค์จะไม่ตีพิมพ์ในวารสาร  ผู้เขียนบทความจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าตอบแทนของผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านละ 1,000 บาท

          3.  กองบรรณาธิการวารสารจะไม่คืนต้นฉบับให้กับเจ้าของบทความในทุกรณี

 

ประเภทของบทความที่รับพิจารณา

  1. บทความวิชาการ – วิจัย
  2. บทความปริทัศน์
  3. บทวิจารณ์หนังสือ (Book review)

 

รูปแบบการเขียนบทความ

1.  บทความวิชาการ – วิจัย เป็นบทความที่มีประเด็นหรือแนวคิดที่ชัดเจน มีสาระทางวิชาการที่ถูกต้อง ทันสมัย การวิเคราะห์เป็นไปตามแนวคิดหรือทฤษฏีที่เหมาะสมและชัดเจน มีทัศนะของผู้เขียนบนฐานของข้อเท็จจริงทางวิชาการ ค้นคว้าอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายและเชื่อถือได้ นำเสนอข้อมูล  อย่างเข้าใจง่าย ใช้ศัพท์และภาษาทางวิชาการถูกต้องเหมาะสม บทความวิชาการอาจเป็นประเด็นใดประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญในงานวิจัยฉบับสมบูรณ์หรือเป็นผลการศึกษาในภาพรวมจากงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ บทความต้องประกอบด้วย

  • ชื่อเรื่อง (ไทย – อังกฤษ)
  • บทคัดย่อ (ไทย – อังกฤษ)
  • บทนำ
  • เนื้อหา
  • สรุป
  • เอกสารอ้างอิง (ไทย – อังกฤษ)

2.  บทความปริทัศน์  เป็นบทความที่เกิดจากการสังเคราะห์องค์ความรู้ในประเด็นใดประเด็นหนึ่งจาก ข้อมูลที่หลากหลาย แสดงให้เห็นถึงความเป็นมา พัฒนาการ และแนวโน้มในอนาคตของการศึกษาในประเด็นนั้น ๆ บทความต้องประกอบด้วย

  • ชื่อเรื่อง (ไทย – อังกฤษ)
  • บทคัดย่อ (ไทย – อังกฤษ)
  • บทนำ
  • เนื้อหา
  • สรุป
  • อ้างอิง (ไทย – อังกฤษ)

ทั้งนี้  รูปแบบการเขียนบทความสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมตามหลักวิชาการ

 

การอ้างอิงและการเขียนเอกสารอ้างอิงส่วนท้ายเล่ม

          การระบุแหล่งที่มาของข้อมูล   1)ในเนื้อเรื่องให้ใช้วิธีการอ้างอิงในส่วนเนื้อเรื่องแบบนามปี (author-date in text citation) โดยระบุ ชื่อผู้้แต่งและปีพิมพ์ของเอกสารไว้ข้างหน้าหรือข้างหลังข้อความที่ต้องการอ้างอิง เพื่อบอกแหล่งที่มาของข้อความนั้น และระบุเลขหน้าเอกสารอ้างอิงในกรณียกข้อความมาทั้งหมด  2) การอ้างอิงส่วนท้ายเล่ม โดยรวบรวมรายการเอกสารทั้งหมดที่ผู้เขียนได้ใช้อ้างอิงในการเขียนผลงานนั้น ๆ จัดเรียงรายการตามลำดับอักษรชื่อผู้แต่ง ภายใต้หัวข้อ “บรรณานุกรม” สำหรับผลงานวิชาการภาษาไทย หรือ    “ Reference ” สำหรับผลงานวิชาการภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบการอ้างอิงแบบ APA (American Psychological Association) ดังปรากฎในตัวอย่างต่อไปนี้

1.  หนังสือ

ชื่อผู้แต่ง./ /(ปีที่พิมพ์)./ /ชื่อเรื่อง/(ครั้งที่พิมพ์)./ /เมืองที่พิมพ์/:/สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง

โกวิท  วงศ์วัฒน์. (2550). การเมืองการปกครองรัสเซีย. กรุงเทพฯ : ดวงกมล.

สายทอง  มณีเชษฐา. (2554). การใช้อินเทอร์เน็ตเบื้องต้น. ปราจีนบุรี : สำนักงานคณะกรรมการศึกษา

ขั้นพื้นฐาน. สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2556, จาก https://www.krusaithong.com/chapter4.html.

Wong, W.  (2005).  Input enhancement from theory and research to the classroom. 

New York : McGraw – Hill.

 

2.  บทความ / เรื่อง / ตอน ในหนังสือรวมเรื่อง

ชื่อผู้เขียนบทความ./ /(ปีที่พิมพ์)./ /“ชื่อบทความ,”/ใน บรรณาธิการ (ถ้ามี),/ชื่อหนังสือ./ / (หน้าของบทความ).

          เมืองที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง

อรทัย  วารีสะอาด.  (2537).  “ความขัดแย้งระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง” ใน สุพัฒน์  ส่องแสงจันทร์ และ

          พวา  พันธุ์เมฆา (บรรณาธิการ), บนถนนสายวิชาชีพ. (หน้า 127 – 130). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัย

ศรีนครินทรวิโรฒ.

Arhuckle, J.L.  (1996).  “Full information estimation in the presence of incomplete data,” In

          G.a. Morcoulides  and  R.E. Schumaker (Eds),  Advanced structural equation

          modeling : Issues and techniques  (p. 243 -277).  Mahwah, NJ : Lawrence Erlbaum

Associates.

 

3.  บทความในวารสาร

ชื่อผู้เขียนบทความ./ / (ปีที่พิมพ์)./ / “ชื่อบทความ”, / ชื่อวารสาร./ / ปีที่(ฉบับที่),/ เลขหน้า.

ตัวอย่าง

วริสรา  พึ่งทองหล่อ.  (2553).  “สมุนไพรไทยโอกาสอาหารเพื่อสุขภาพ,”  วารสารส่งเสริมการลงทุน.

21(2), 43 – 47.

 

Taylor, A. (2006). “Factors associated with glossing : comments on ko,”  Reading in a

Foreign Language. 18 (1), 72 – 73.

 

4.  บทความจากหนังสือพิมพ์

ชื่อผู้เขียนบทความ./ / (ปี, วันที่, เดือน)./ / “ชื่อบทความ,”/ ชื่อหนังสือพิมพ์./ / เลขหน้า.

ตัวอย่าง

กัมปนาท  ขันตระกูล.  (2555, 7 ธันวาคม).  “เสียงสะท้อน SME : วิสาหกิจชุมชนโคกขาม จังหวะก้าว

ที่รอการ ช่วยเหลือ,”   คมชัดลึก.  หน้า 10.

พฤทธิ์  ศิริพรรณพิทักษ์. (2550, 2 ก.ค.) “ครูต้องใฝ่รู้ – พัฒนาตัวเอง,”  ข่าวสด. หน้า 11. สืบค้นเมื่อ

18 กุมภาพันธ์ 2554, จาก http : / /www.moe.go.th/new_centerlnews--htm.

News, A.P.  (1012).  “Business in booming for yoga in the US,”  Bangkok Post.  p. 5.

 

5.  บทความจากเว็บไซต์กรณีไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง

“ชื่อบทความ”/ สืบค้นเมื่อ วัน เดือน ปี ที่สืบค้น,/จากชื่อเว็บไซต์. 

ตัวอย่าง

“เทคนิคการสืบค้นข้อมูล” สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2550, จาก http :/ /www.gtoknow.org/blogs.com.

Economic indicators and releases,”   Retrieved February, 19, 2013, from :

          https://www.nber.org/releases/.

Einstein, A. (2002). Relativity : The special and general theory. New Year : McGraw – Hill.

          Retrieved February, 20, 2013, from http:www.geocities.com