การพัฒนากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผ่านการจัดการเรียนรู้สะเต็มนอกห้องเรียนตามบริบทจังหวัดภูเก็ต

Main Article Content

ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเจริญ
กัญจน์ฐิดา หมาดหวา

บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อศึกษากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3       ก่อนการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษานอกห้องเรียนตามบริบทจงหวัดภูเก็ต 2)เพื่อพัฒนากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้สะเต็มนอกห้องเรียนตามบริบทจงหวัดภูเก็ต      3)เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้สะเต็มศึกษานอกห้องเรียนตามบริบทจังหวัดภูเก็ตที่ส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 กลุ่มเป้าหมายการวิจัยในครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 33 คน ที่เลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยผู้วิจัยเป็นผู้สอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้สะเต็มนอกห้องเรียนตามบริบทจังหวัดภูเก็ต 3 แผน แบบวัดความสามารถในการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร์ และอนุทินการเรียนรู้ โดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและการวิเคราะห์เชิงสถิติ  การวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่านักเรียนที่ได้เข้าร่วมการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็ม มีทักษะกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร์ที่พัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนเรียน โดยทั้ง5 ตัวบ่งชี้ โดยเฉพาะตัวบ่งชี้ที่1 ระบุปัญหา คะแนนคะเฉลี่ยร้อยละ15.5 และตัวบ่งชี้ที่ 2 รวบรวมข้อมูล คะแนนคะเฉลี่ยร้อยละ13.5 ซึ่งนักเรียนไม่สามารถระบุปัญหาและรวบรวมข้อมูลจากสถานการณ์ตามตัวบ่งชี้ที่ 1 และตัวตัวบ่งชี้ที่ 2 หลังเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้     สะเต็มนักเรียนส่วนใหญ่มีผลร้อยลเฉพาะตัวบ่งชี้ที่1 ระบุปัญหา คะแนนคะเฉลี่ยร้อยละ35.7 และตัวบ่งชี้ที่2 รวบรวมข้อมูล คะแนนคะเฉลี่ยร้อยละ 35 แสดงว่าได้เพิ่มทักษะกระบวนการเชิงวิศวกรรมศาสตร์ ได้แก่ ระบุปัญหา รวบรวมข้อมูลออกแบบวิธีการแก้ปัญหา วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน และนอกจากนี้นักเรียนสามารถนำหลักการของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสิ่งต่างๆได้อย่างเป็นระบบ เช่นในกิจกรรมผ้ามัดย้อม นักเรียนสามารถรวบรวมพืชที่นำมาสกัดสีมาทำเป็นสีย้อมผ้าได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักเรียนมีทักษะกระบวนการเชิงวิศวกรรมศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5


Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Article)

เอกสารอ้างอิง

Bybee, R. W. (2010). Advancing STEM education: A 2020 vision. Technology and Engineering Teacher, 70(1), 30–35.

Creswell, J. W. (2014). Research design: Qualitative, quantitative and mixed methods approach (4th ed.). Sage.

English, L. D. (2016). STEM education K–12: Perspectives on integration. International Journal of STEM Education, 3(3), 1–8. https://doi.org/10.1186/s40594-016-0036-1

Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology. (2014). STEM education learning management guide [in Thai]. IPST.

Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology. (2015). Basic education core curriculum textbook: Mathematics Grade 5 (8th ed.) [in Thai]. Kurusapa Ladprao.

International Technology Education Association. (2005). Realizing excellence: Structuring technology programs. ITEA Publishing.

Labutdee, P., & Prathumthai, A. (2024). The effects of CIPPA learning management combined with cooperative learning on academic achievement and analytical thinking ability. Journal of Education, Kalasin Rajabhat University, 6(1), 165–178. [in Thai]

Ministry of Education. (2002). National Education Act B.E. 2542 (1999) and amendments (Second issue) B.E. 2545 (2002) [in Thai]. Office of the Permanent Secretary, Ministry of Education.

National Institute of Educational Testing Service. (2019). National O-NET result report for the academic year 2019 [in Thai].

Phonphisutmast, S. (2013). Science learning management in the 21st century [in Thai]. Sinthaweekij Printing. Academic Quality Development Co., Ltd.

Pitt, J., Lubben, F., & Knamiller, G. (2022). Place-based STEM education: Engaging students in community and environmental contexts. International Journal of Science Education, 44(3), 375–392. https://doi.org/10.1080/09500693.2021.2021937

Saenkhot, J., & Wuttisela, K. (2021). Engineering design of Grade 4 students through STEM activity on floating houses. In The 7th National Academic Conference on “Buddhist Way, Community Way: The Foundation of Lanna Social Vision in the New Normal Society” (pp. 53–63) [in Thai].