ผลของการใช้รูปแบบการสอนซิปปาที่มีต่อทักษะการอ่าน และการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
คำสำคัญ:
รูปแบบการสอนซิปปา, การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ, การคิดอย่างมีวิจารณญาณบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยกึ่งทดลองโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านและการคิดอย่างมีวิจารณญาณก่อนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนซิปปา 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านและการคิดอย่างมีวิจารณญาณระหว่างนักเรียนที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนซิปปากับนักเรียนที่เรียนโดยวิธีปรกติ 3) เพื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์และความเท่ากันของเมทริกท์ความแปรปรวนร่วมด้านทักษะการอ่านและการคิดอย่างมีวิจารณญาณระหว่างนักเรียนที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนซิปปากับนักเรียนที่เรียนโดยวิธีปรกติ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565 แผนการเรียนศิลปศาสตร์ จำนวน 2 ห้อง ห้องละ 30 ได้มาโดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบยกกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้การวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนซิปปากับนักเรียนที่เรียนโดยวิธีปรกติ แบบวัดทักษะการอ่านและการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ชนิดปรนัย 4 ตัวเลือก ฉบับก่อนเรียนและฉบับหลังเรียนซึ่งเป็นแบบวัดคู่ขนาน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ การคำนวณค่ามัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีและการวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนซิปปา มีคะแนนทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและคะแนนทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนซิปปา มีคะแนนทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและคะแนนทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบปรกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3) การพิจารณาความเท่ากันของเมทริกซ์ความแปรปรวนร่วมระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมพบว่า ไม่แตกต่างกัน ส่วนการทดสอบความสัมพันธ์กันของทักษะการอ่านและการคิดอย่างมีวิจารณญาณระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมพบว่า มีความสัมพันธ์กัน ขณะที่การพิจารณาความแตกต่างของค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมพบว่า ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้ องค์ความรู้จากการวิจัย คือ รูปแบบการสอนซิปปาเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้และสามารถนำไปปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงสามารถส่งเสริมทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณได้จริง
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กมลพัทธ์ โพธิ์ทอง. (2554). ผลของการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยโดยใช้กลวิธีอาร์ อี เอ พี ที่มีต่อความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการเขียนเรียงความของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิดาภา ภาณุมาภรณ์ และคณะ. (2557). การพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณตามแนวคิดของบลูมในการรับชมสื่อโฆษณา. รายงานการวิจัย. โครงการวิชาการวิทยาศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐทยา เจริญวงษ์. (2561). การเปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล (CIPPA Model) กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ. สารนิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ทิศนา แขมมณี. (2542). การจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง: โมเดลซิปปา (CIPPA Model). วารสารครุศาสตร์. 27 (3), 1-17.
ทิศนา แขมมณี. (2553). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิทักษ์ชัย บรรณาลัย. (2559). ผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบซักค้านที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องอิทธิพลของสื่อและการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2548). วิธีวิทยาการสอนวิทยาศาสตร์ทั่วไป. กรุงเทพมหานคร: พัฒนาคุณภาพวิชาการ.
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ฝ่ายมัธยมศึกษา). (2564). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ปีการศึกษา 2563. ปัตตานี: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.
วรนันทน์ ธงชัย และเด่นดาว ชลวิทย์. (2563). การเปรียบเทียบความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดตะกล่ำโดยวิธีสอนแบบ CIPPA Model กับวิธีสอนแบบปกติ. สารนิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


