การถ่ายทอดเพศวิถีในสังคมจารีตล้านนาผ่านการขับซอเกี้ยวสาวเรื่อง “ใส่ผี”
คำสำคัญ:
ขับซอล้านนา, เพศวิถี, สังคมจารีต, ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ, การถ่ายทอดบทคัดย่อ
บทความฉบับนี้เป็นการนำเสนอผลจากการวิเคราะห์ตัวบทจากการขับซอเกี้ยวสาวเรื่องใส่ผีของนักดนตรีพื้นบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ และน่าน ที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ผลจากการศึกษาพบว่า การขับซอเรื่องใส่ผีนอกจากเป็นศิลปะการแสดงแล้วยังถ่ายทอดเพศวิถีให้กับสมาชิกในสังคม โดยมีการปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับการแสดงขับซอในลักษณะของเพลงปฏิพากย์ และการบรรเลงเครื่องดนตรีพื้นบ้านประกอบการแสดง ได้แก่ ปี่จุม หรือ สะล้อก๊อบ และปิน การวิเคราะห์ตัวบทของการขับซอจากทั้ง 3 พื้นที่พบว่า เป็นการนำเสนอเนื้อหาของเพศวิถีที่มีส่วนที่คล้ายคลึงกันคือ เริ่มต้นด้วยการเกี้ยวพาราสีของชายหนุ่มและหญิงสาว จนกระทั่งทั้งสองได้ตกลงที่จะแต่งงานเป็นสามีภรรยากัน ซึ่งตามประเพณีล้านนาฝ่ายชายต้องมาทำพิธีใส่ผีให้กับฝ่ายหญิงก่อนจึงจะสามารถแต่งงานกันได้ อย่างไรก็ตามได้ปรากฏความแตกต่างในส่วนของจำนวนเงินที่ต้องนำมาใส่ผี โดยพบว่าการขับซอของจังหวัดน่านได้ระบุจำนวนเงินที่มากกว่าพื้นที่อื่น ๆ การเจรจาต่อรองเกี่ยวกับเงินใส่ผีสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ผู้หญิงมีเหนือกว่าผู้ชาย การถ่ายทอดเพศวิถีของชาวล้านนานี้เป็นไปอย่างแนบเนียนผ่านเนื้อหา และดนตรีที่ใช้ในการแสดงขับซอ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กนกรัตน์ สุขีสนธ์. (2551). การศึกษาซอ : เพลงพื้นบ้านล้านนาในจงหวัดเชียงใหม่ กรณีศึกษา แม่ครูบัวซอน ถนอมบุญ. [ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ชุมาภรณ์ ฝาชัยภูมิ. (2562). เพศวิถีศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ดลยา แก้วคำแสน และ ปฐม หงส์สุวรรณ. (2563). การประกอบสร้างความหมายผู้หญิงในชาดกล้านนา. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 9(4), น. 1366-1382.
ทิพย์พธู กฤษสุนทร. (2565). การสื่อสารของผู้หญิงล้านนาเพื่อเสริมสร้างอำนาจในสื่อพิธีกรรมบูชาบรรพบุรุษ (ผีปู่ย่า). [ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พวงผกา ธรรมธิ. (2564). “อิตถีลักษณ์คติ” ในเอกสารโบราณล้านนา: ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างหญิง – ชาย. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 10(1), น. 25-40.
พีรดา ภูมิสวัสดิ์. (2563). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความเสมอภาคระหว่างเพศ. กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
ภักดีกุล รัตนา. (2563). การศึกษา “คุณลักษณะ” ของผู้หญิงล้านนาตามแนวคิดคุณลักษณะศึกษา. วารสารสวนสุนันทาวิชาการและวิจัย, 14(2), น. 1-15.
ภักดีกุล รัตนา. (2565). การขัดเกลาทางสังคมต่อคุณลักษณะของผู้หญิงในบริบทของล้านนา. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 48(1), น. 67-84.
สุไลพร ชลวิไล. (2550). เพศไม่นิ่ง : ตัวตน เพศภาวะ เพศวิถี ในมิติสุขภาพ. ภาคีความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านเพศภาวะ เพศวิถี และสุขภาพ โครงการจัดตั้งสำนักงานศึกษานโยบายสาธารณสุขสวัสดิการและสังคม คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
ศิริกมล อธิวาสนพงศ์. (2547). การถ่ายทอดอุดมการณ์ความเป็นชายผ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หน้า 1. [ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.
อมรา พงศาพิชญ์. (2548). เพศสถานะและเพศวิถีในสังคมไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Abramo, M, J. (2011). Gender Differences in the Popular Music Compositions of High School Students. Music Education Research International. http://cmer.arts.usf.edu/content/articlefiles/3345-MERI05pp1-11Abramo.pdf
Blackstone, A. (2003). Gender Roles and Society. Human Ecology: An Encyclopedia of Children, Families, Communities, and Environments. https://digitalcommons.library.umaine.edu/soc_facpub/1/
Giddens, A. (1993). New Rules of Sociological Method: A Positive Critique of Interpretative Sociologies. (2nd Ed). California: Stanford University Press.
International Training Centre. (2008). Gender Roles. https://glopp.ch/A5/en/multimedia/A5_1_pdf1.pdf
Schafer, R, B. & Schafer, E. (2002). Relationship between gender and food roles in the family. Journal of Nutrition Education, 23(3), 119-126. https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0022318289800949?via%3Dihub
Sergeant, D, C. & Himonides, E. (2016). Gender and Music Composition: A Study of Music, and the Gendering of Meanings. Frontier of Phycology, 7, 1-15 https://www.frontiersin.org/journals/psychology/articles/10.3389/fpsyg.2016.00411/full
Werner, A. (2019). What does gender have to do with music, anyway? mapping the relation between music and gender. Per Musi Scholarly Music Journal, 39, 3 - 5. https://doi.org/10.35699/2317 - 6377.2019.5266
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ