THE POWER RELATIONSHIP OF THE KINGDOM AND CHURCH : THE CASE OF THE EMERGENCE OF THE DHAMMAYUTTINIKAYA SECT

Main Article Content

Wiraya Pimpun

Abstract

This article aims to demonstrate the power relationship between the state and religion during the reign of King Mongkut. During that period, Buddhism has been reformed by external factors of religious institutions. As a result, the Thai Buddhist Order was split into two sects: Mahanikaya and Dhammayuttika-nikaya. The ecclesiastical reform was regarded to stabilize the country’s Buddhism in order to support the national ideology and advantage. It was definitely aimed at a consequence to strengthen relationship between the state and Buddhism. The combination of Buddhism and the state’s ideology was led to centralization of the administrative power, followed by legislation of laws and regulations to control the order of the Buddhist monks. This was seen as an increase or a decrease of power for some groups of the ruling class. It was, however, linked to the success of the country reform and brought about to the change of Buddhist aspects among the Buddhist monks.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

How to Cite
Pimpun, W. (2021). THE POWER RELATIONSHIP OF THE KINGDOM AND CHURCH : THE CASE OF THE EMERGENCE OF THE DHAMMAYUTTINIKAYA SECT. Journal of Graduate MCU KhonKaen Campus, 8(1), 24-36. Retrieved from https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/245150
Section
Academic Article

References

กรมการศาสนา. (2525). ประวัติพระพุทธศาสนาแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี. กรุงเทพมหานคร: การศาสนา.

กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (2544). ประชุมภาพประวัติศาสตร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว.
กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร.

คณะธรรมยุติ. (2547). ประวัติคณะธรรมยุต. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.

ผาสุก พงษ์ไพจิตร. (2557). ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย. กรุงเทพมหานคร: เอเดี๊ยนสโตร์.

พระไพศาล วิสาโล. (2546). พุทธศาสนาในอนาคต แนวโน้มและทางออกจากวิกฤต. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

พระเทพกวี (จุนท์ พฺรหมคุตฺโต). (2541) . ทำเนียมแห่งคณะธรรมยุติกนิกาย. กรุงเทพมหานคร: วัดบวรนิเวศวิหาร

พุทธทาสภิกขุ. ฟ้าสางทางฝ่ายบรรพชิตคณะสงฆ์ไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ธรรมสภา.

พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2539). พัฒนาการและการจัดองค์กรพระพุทธศาสนา. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. (2538). พระราชนิพนธ์ประชุมประกาศรัชกาลที่ 4. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพ์คุรุสภา.

ภัชราพร ช้างแก้ว. (2530). พุทธศาสนากับการก่อตัวของรัฐไทยแบบใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตร
มหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทวีศักดิ์ เผือกสม. (2540). การปรับตัวทางความรู้ ความจริง และอานาจของชนชั้นนาสยาม พ.ศ. 2325-2411. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตร
มหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ. (2544). แผ่นดินพระจอมเกล้าฯ. กรุงเทพมหานคร: บ.สร้างสรรค์บุกส์.

นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2525). วัฒนธรรมกระฏุมพีกับวรรณกรรมต้นรัตนโกสินทร์. กรุงเทพมหานคร: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์.

ร.ต.ท.ชาตรี อุตสาหรัมย์. (2560). พัฒนาการความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ไทย. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต,
บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สิทธิ์ บุตรอินทร์. (2547). พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอัจฉริยภาพด้านการพระศาสนา. กรุงเทพมหานคร:
สำนักธรรมศาสตร์และการเมืองราชบัณฑิตยสถาน แห่งประเทศไทย.

สุพล ศิริ, พระมหา. (2541). พัฒนาการปกครองคณะสงฆ์ไทย พ. ศ. 2484 – 2535. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตร์มหาบัณฑิต,
บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหิดล.

สุมาลี มีจั่น. (2560). วุฒิสภากับรัฐบาลความสัมพันธ์เชิงอำนาจหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540.
วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุรพศ ทวีศักดิ์. (2560). จากพุทธศาสนาแห่งรัฐสู่พุทธศาสนาที่เป็นอิสระจากรัฐ. กรุงเทพมหานคร: สยามปริทัศน์.

อนันต์ วิริยะพินิจ และ นภนาท อนุพงศ์พัฒน์. (2549). การปฏิรูปพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว.
กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

อรรถจักร สัตยานุรักษ์. (2541). การเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ของชนผู้นำไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 4 – พ. ศ. 2475. กรุงเทพมหานคร:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.