การตีความภาษาทางพระพุทธศาสนาในชาดก เรื่องพระสุธน-มโนห์รา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาศาสตร์แห่งการตีความภาษาทางพระพุทธศาสนา2) เพื่อศึกษาภาษาสามัญในชาดกเรื่องพระสุธน-มโนห์รา และ 3) เพื่อตีความภาษาทางพระพุทธศาสนาในชาดกเรื่องพระสุธน-มโนห์ราการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยมีการศึกษาเอกสารวิชาการทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ พระไตรปิฎก, อรรถกถา, ชาดก, หนังสือกาพย์กลอนสวดเรื่องพระสุธน งานวิจัยที่เกี่ยวข้องและทฤษฎีการตีความ แล้วนำเสนอผลการวิจัยด้วยวิธีวิเคราะห์เชิงพรรณนาและสังเคราะห์ความรู้ตามนัยแห่งอุปนัย
ผลการวิจัยพบว่า
1) ศาสตร์แห่งการตีความภาษาทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ หลักภาษา2ระดับ หลักเนตติปกรณ์และหลักมหาปเทศ การตีความประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือตีความตามตัวอักษร ตีความเชิงบุคลาธิษฐาน ตีความเชิงอุปมาอุปไมย/การตีความแบบอุปมานิทัศน์และตีความเชิงธรรมาธิษฐาน
2) การตีความนี้เป็นการตีความตามกระบวนทัศน์หลังนวยุคในชาดกเรื่องพระสุธน-มโนห์ราซึ่งเป็นเป็นนิทานเก่าแก่อายุมากกว่า 1500 ปี โดยปรากฏหลักฐานในคัมภีร์มหาวัสตุ (Mahãvastu) ของพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานอันมีแนวคิดการแสดงชาดกที่แฝงไว้ด้วยอุบายในรูปของภาษาสามัญซึ่งจะต้องตีความกลับไปสู่ภาษาทางพระพุทธศาสนาอันเป็นเจตนารมณ์ที่แท้จริงของผู้แต่ง
3) โครงสร้างระดับลึกของชาดกเรื่องนี้ประกอบด้วยแนวทางสู่นิพพานตามลำดับขั้นของพระโพธิสัตว์ที่เกี่ยวข้องอยู่ในโพธิญาณคือญาณเครื่องรู้อริยสัจและหลักไตรลักษณ์ โดยมีสารัตถะของเรื่องคือหลักอินทรีย์บารมี 5 ประการ ได้แก่ (1)หลักอินทรีย์ 6คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย อุปมาดังพระสุธนและใจอุปมาดังนางมโนห์รา (2)หลักอินทรีย์สังวรอุปมาดังปักษีหัสดีลิงค์,(3) หลักอินทรีย์ 5 อุปมาดังพญานกอินทรีย์,(4)หลักอัญญินทรีย์อุปมาดังพระอินทร์และ (5)หลักอัญญาตาวินทรีย์คืออินทรีย์ของท่านผู้รู้ทั่วถึงแล้วอุปมาดังพระสุธนและนางมโนห์ราเหาะบินได้ดังนกอินทรีย์กลับเมืองอุดรปัญจาล์
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Teaching. Bangkok: Dharmasapa.
Chutamas Sonkanok. (1990). A Comparative Study of the Lanna, Sipsong
Panna and Kengtung Versions of the Folktale : PhraSuthon-Nang
Manora. Graduate School: Silpakorn University.
Jaini, Padmanabh S. (1966). The Story of Sudhana and Manoharã: An
Analysis of the Texts and the Borobudur Reliefs. Bulletin of the
School of Oriental and African Studies. London: University of
London.
Parud Boonsriton. (2007). A Critical study of The Urangadhatunidana: It,s
Religious Language and Social Influence. Graduate School:
Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
Sowit Bamrungphak. (2011). Buddhism and Hermeneutics. Graduate School:
Mahachulalongkornrajavidyalaya University Khonkaen Campus.
Sowit Bamrungphak. (2017). Atta (Self) in Buddhist Saying and Anatta
Philosophy. Humanities & Social Sciences, 34(1), 270-290.