ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว: ศึกษาพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562
คำสำคัญ:
ครอบครัว, ความรุนแรงในครอบครัว, ความรุนแรงทางการเงินบทคัดย่อ
บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมา แนวคิด และหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัว โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความผิดอันยอมความได้ในกรณีดังกล่าว โดยศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติของพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 เพื่อทำความเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมายและพิจารณาประเด็นปัญหาในการบังคับใช้ โดยอาศัยการศึกษาข้อมูลเชิงเนื้อหาทางนิติศาสตร์จากตำรา เอกสารวิชาการ วารสาร วิทยานิพนธ์ และแหล่งข้อมูลออนไลน์ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ ผลการศึกษา พบว่านิยามของ “ความรุนแรงในครอบครัว” ยังไม่ครอบคลุมรูปแบบความรุนแรงทางอารมณ์ การเงิน และการควบคุมพฤติกรรม ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยปัจจุบัน ขณะเดียวกันนิยามของ “บุคคลในครอบครัว” ก็ยังไม่ครอบคลุมความสัมพันธ์ที่มิได้จดทะเบียนสมรสหรือความสัมพันธ์ของคู่รักหลากหลายทางเพศ จึงควรมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมสมัยใหม่ นอกจากนี้ การบัญญัติให้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นความผิดอันยอมความได้ยังอาจขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองเหยื่อและลดการกระทำความรุนแรง ผู้เขียนจึงเสนอให้มีการทบทวนสถานะความผิดดังกล่าว และได้นำกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายต่างประเทศมาเปรียบเทียบเพื่อเสนอแนะแนวทางปรับปรุงกฎหมายไทยให้สามารถคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2562). นิยามและประเภทครอบครัว. https://infocenter.nationalhealth.or.th/sites/default/files/นิยามและประเภทครอบครัว.pdf
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2566). รายงานการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ประจำปีงบประมาณ 2566. https://opendata.nesdc.go.th/dataset/domestic-violence-2023
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2568). การกระทำความรุนแรงในครอบครัว. https://dwf.go.th/contents/71825
กรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ. (2567). สิทธิมนุษยชน. https://thai-inter-org.mfa.go.th/th/page/สังคมและสิทธิมนุษยชน
กุหลาบแก้ว ภู่เผ่าพันธุ์. (2552). ผลกระทบจากการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงในครอบครัว : ศึกษาพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550. [วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
คณิต ณ นคร. (2563). กฎหมายอาญาภาคทั่วไป (พิมพ์ครั้งที่ 7). วิญญูชน.
ปกรณ์ มณีปกรณ์. (2555). ทฤษฎีอาชญาวิทยา. เวิลด์เทรด.
ปาลีรัฐ ศรีวรรณพฤกษ์. (2547). การอยู่ร่วมกันของบุคคลในความสัมพันธ์ในด้านครอบครัวตามกฎหมายฝรั่งเศส. เครือข่ายกฎหมายมหาชนไทย. http://public-law.net/publaw/view.aspx?id=142
พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562. (22 พฤษภาคม 2562).ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 136 ตอนที่ 67 ก, หน้า 172-190.
พิชญาภา เจียมแท้. (2555). ความหมายและมาตรการทางกฎหมายต่อการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว: ศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายต่างประเทศ [วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญสกุล, อุทัยวรรณ แจ่มสุธี และอำนาจ เนตยสุภา. (2546). รายงานวิจัยเรื่อง การประเมินกระบวนการยุติธรรมในการคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลที่ได้รับความรุนแรงในครอบครัว. สถาบันพัฒนากระบวนการยุติธรรมเยาวชนและครอบครัว.
สมชาย ปรีชาศิลปกุล. (2556). บุคคลเพศหลากหลายในระบบกฎหมาย. มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ.
สุพัตรา สุภาพ. (2536). สังคมและวัฒนธรรมไทย ค่านิยม ครอบครัว ศาสนา ประเพณี. (พิมพ์ครั้งที่ 8). ไทยวัฒนาพานิช.
The National Archives. (n.d.). Domestic Violence, Crime and Victims Act 2004. https://www.legislation.gov.uk/ukpga/2004/28/section/3
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
- บทความในวารสารวิชาการมนุษย์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เป็นความคิดเห็นของผู้นิพนธ์ ไม่ใช่ความคิดเห็นของกองบรรณาธิการ และไม่ใช่ความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการและ/หรือของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
- กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์ในการคัดลอก แต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา
- บทความที่ได้รับตีพิมพ์จะมีการตรวจความถูกต้องเหมาะสมจากกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง (peer review) จำนวน 3 คน โดยผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบผู้นิพนธ์ และผู้นิพนธ์ไม่ทราบชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ (double-blind peer review)
