The Criteria of Naming Buddhist Temples in Phra Pradaeng District Samut Prakan Province by Considering Their Thoughts, Beliefs and Values
Keywords:
temple names, Phra Pradaeng District, Samut Prakan ProvinceAbstract
This research article aims to study the origins and analyze the thoughts, beliefs, and values reflected in the names of temples in Phra Pradaeng District, Samut Prakan Province, totaling 38 names. Data was collected from documents and interviews with local individuals. The study found that the origins of temple names in Phra Pradaeng can be categorized into six groups: 1) the names based on the name of a sub-district or village, which accounted for the largest portion with 13 names or 34.21%, 2) the names based on geographical features, with 9 names representing 23.68%, 3) the names honoring significant individuals related to the temple, totaling 7 names or 18.42%, 4) the names derived from important events, with 5 names, accounting for 13.16%, 5) the names based on natural flora with 3 names or 7.90%, and 6) the name related to Mon language with 1 name or 2.63%. The temple names in Phra Pradaeng also reflected five key thoughts, beliefs, and values of the local people: 1) the importance of the location and surrounding environment of the temple, 2) the value placed on respecting and honoring significant individuals, 3) the importance of important events related to the temple; 4) the beliefs in Buddhism and concepts of heaven, and 5) the recognition of the Mon ethnic group.
References
กุสุมา สุ่มมาตร์. (2552). การปรับเปลี่ยนชื่อวัดในจังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย, มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ขนิษฐา จิตชินะกุล. (2545). คติชนวิทยา. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
ซิลวี่ ฮอลลิงก้า. (2565). พระอินทร์ : บทบาทในพุทธประวัติ. สืบค้นจาก https://www.silpa-mag.com/history/article_92784
นฤมล ตุงคะโหตร. (2547). การตั้งชื่อวัดในพุทธศาสนาในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล.
ปนิตา จิตมุ่ง. (2554). การตั้งชื่อถนนในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รัชนีกร เศรษโฐ. (2532). โครงสรางสังคมและวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2554). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ:ราชบัณฑิตยสถาน.
วจี โสภาเพียร. (2552). การศึกษาเปรียบเทียบสถาปัตยกรรมในวัดมอญและวัดไทยในเขตเมืองนครเขื่อนขันธ์ในสมัยรัตนโกสินทร์. สารนิพนธ์ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดี, มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วนิดา ตรีสวัสดิ์. (2561). การตั้งชื่อวัดในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัย ครั้งที่ 6: การเกษตรก้าวไกล สังคมไทยยั่งยืน, (หน้า 1277-1285). ราชบุรี: สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง.
สำราญ จูช่วย. (2561). รายงานวิจัยเรื่อง ภูมินามวัดในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์.
สุพรรณี เรืองสงค์. (2564). การตั้งชื่อวัดมอญในจังหวัดปทุมธานี. วารสารวรรณวิทัศน์, 21(2), หน้า 27-57.
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2558). หลักเกณฑ์การตั้งชื่อวัด. สืบค้นจาก https://www.onab.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/2477
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2567). ทะเบียนวัด. สืบค้นจาก http://binfo.onab.go.th/Temple/Temple-List-View.aspx?search=&pagesize=20&pageno=1&sortexpr=&sortorder=&NameTemp=&TypeTemp=&Sect=&Province=11&District=1104&SubDistrict=
อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2549). กว่าจะเป็นนักภาษาศาสตร์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัญชลิน ปานทอง. (2560). การตั้งชื่อคลองในพื้นที่ฝั่งธนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2024 Dhonburi Rajabhat University

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
- บทความในวารสารวิชาการมนุษย์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เป็นความคิดเห็นของผู้นิพนธ์ ไม่ใช่ความคิดเห็นของกองบรรณาธิการ และไม่ใช่ความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการและ/หรือของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
- กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์ในการคัดลอก แต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา
- บทความที่ได้รับตีพิมพ์จะมีการตรวจความถูกต้องเหมาะสมจากกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง (peer review) จำนวน 3 คน โดยผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบผู้นิพนธ์ และผู้นิพนธ์ไม่ทราบชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ (double-blind peer review)
