การพัฒนารายวิชาด้านการฟังอย่างลึกซึ้งเพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1)ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาความต้องการจำเป็นรายวิชา 2)พัฒนารายวิชาด้านการฟังอย่างลึกซึ้งเพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัยในภาคตะวันออก 3)ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อรายวิชา โดยมีขั้นตอนคือ ระยะที่1ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาความต้องการจำเป็น แหล่งข้อมูลได้แก่กลุ่มผู้สูงวัยในเขตภาคตะวันออกจำนวน 400 คน กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก ระยะที่2 พัฒนารายวิชาด้านการฟังอย่างลึกซึ้งเพื่อการเรียนรู้แบบเปิดสำหรับผู้สูงวัยในภาคตะวันออก แหล่งข้อมูลได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 13 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบประเมินคุณภาพเนื้อหา แบบประเมินคุณภาพสื่อบทเรียน ระยะที่ 3 การศึกษาความพึงพอใจ แหล่งข้อมูลได้แก่ กลุ่มผู้สูงวัยจำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้คือ บทเรียนรายวิชาการฟังอย่างลึกซึ้งสำหรับผู้สูงวัย แบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉี่ยค่าเฉลี่ย การทดสอบค่าที และค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น ผลการวิจัยพบว่า (1) ผู้สูงวัยในภาคตะวันออกมีความต้องการจำเป็นรายวิชาเพื่อการเรียนรู้แบบเปิดทุกกลุ่มเนื้อหา โดยมีค่าดัชนีความสำคัญของความต้องการจำเป็น(PNI modified ) อยู่ระหว่าง 0.42 -1.80 กลุ่มเนื้อหาที่มีความต้องการจำเป็นลำดับที่ 1 คือ กระบวนการฟังอย่างลึกซึ้ง (PNI modified =1.80) ลำดับที่2 คือ กระบวนการสุนทรียสนทนา (PNI modified =1.27) ลำดับที่3 คือ การดูแลระยะสุดท้ายของชีวิต (PNI modified =0.96) (2)รายวิชามีส่วนประกอบคือ ประมวลรายวิชา โครงสร้างบทเนื้อหา เอกสารประกอบการสอน แบบทดสอบ และ ประกาศนียบัตร โดยคุณภาพสื่อบทเรียนโดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (\overline{\mathrm{X}} = 4.06, S.D. = .27) ผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และประสิทธิภาพบทเรียนรายวิชาเท่ากับ 86.40/87.11 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 85/85 (3)ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อรายวิชาโดยรวมอยู่ในระดับมาก (\overline{\mathrm{X}} = 4.49, S.D. = .44)
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2565). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทยพ.ศ. 2565. บริษัทอมรินทร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน).
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2520). ระบบสื่อการสอน. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศศิพัฒน์ ยอดเพชร. (2560). โรงเรียนผู้สูงอายุ: ชุดความรู้การพัฒนาเป็นผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย.
ศศิพัฒน์ ยอดเพชร, วรรณลักษณ์ เมียนเกิด, นิติกุล ทองน่วม, สตพล เวชกิจ, ธนิกานต์ ศักดาพร, อธิศีล ธัญญ์ ณ ป้อมเพชร, อชิรญา จงรักษ์, อัจฉริยา เอิญ ยอดเพชร และกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร (2565). โรงเรียนผู้สูงอายุ:ชุดความรู้การพัฒนาเป็นผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ.มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย.
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ. (2565). รายงานการศึกษาการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) เพื่อรองรับการพลิกฉับพลันและวิกฤตการณ์โลก. พริ้นท์ เอเบิ้ล.
สุขมิตร กอมณี. (2565). การพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านซอฟต์สกิล. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา, 33(1), 117-145.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัญชลี จันทาโภ. (2567). การพัฒนาบทเรียนออนไลน์การพยาบาลสตรีในระยะตั้งครรภ์. วารสารกองการพยาบาล, 51(3), 169-180.
Charness, N., & Boot, W. R. (2009). Aging and information technology use: Potential and barriers. Current Directions in Psychological Science, 18(5), 253–258. https://doi.org/10.1111/j.1467-8721.2009.01647.x
Knowles, M. S. (1980). The modern practice of adult education: From pedagogy to andragogy. Cambridge Books.
University of Washington. (2015). Designing a course. Center for Teaching and Learning. http://www.washington.edu/teaching/teaching-resources/engaging-students-in-learning/designing-a-course/
Yamane, T. (1967). Statistics: An introductory analysis (2nd ed.). Harper & Row.