ความฉลาดในการเล่น (Play Quotient: Play Q): นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กไทยอย่างยั่งยืน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้นำเสนอแนวคิด “ความฉลาดในการเล่น” (Play Quotient หรือ Play Quotient: Play Q) ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของความฉลาดที่สำคัญต่อการพัฒนามนุษย์เช่นเดียวกับความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) โดยมองว่าการเล่นไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อความบันเทิง แต่เป็นกระบวนการที่หล่อหลอมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคมอย่างสมดุล ในประเทศไทยได้มีการริเริ่มศึกษาและพัฒนาแนวคิดนี้ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 มีการสร้างนิยามที่ชัดเจน เครื่องมือวัด และเกณฑ์มาตรฐานความฉลาดในการเล่นสำหรับเด็กและเยาวชนอายุ 7–15 ปี โดยออกแบบแบบวัดที่ง่ายต่อการใช้จริง มีความถูกต้อง เชื่อถือได้ และสะท้อนศักยภาพ การเคลื่อนไหวที่สำคัญในชีวิตประจำวัน บทความยังวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่าง “การเรียนรู้ผ่านการเล่น” (Play-Based Learning) กับ “ความฉลาดในการเล่น” (Play Q) ซึ่งเน้นไปที่ศักยภาพและความสามารถส่วนบุคคลมากกว่าการใช้การเล่นเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ และสะท้อนให้เห็นว่า ความฉลาดในการเล่น สามารถตอบโจทย์การศึกษา ศตวรรษที่ 21 ช่วยลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ส่งเสริมทักษะการคิด การวิเคราะห์ จินตนาการและสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การควบคุมอารมณ์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น อีกทั้งยังช่วยสร้างทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพและความยั่งยืน ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย บทความได้เสนอแนวทางการบูรณาการความฉลาดในการเล่นในระบบการศึกษาไทย ทั้งในหลักสูตร การพัฒนาครู สิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย อย่างรอบด้านและยั่งยืน
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมพลศึกษา กระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา. (2566). ตัวบงชี้ความฉลาดจากกิจกรรมนันทนาการ : การศึกษาและพัฒนาคะแนนเกณฑมาตรฐานความฉลาดในการเลนของวัยรุนไทย. ฟูลฟิล แมนเนจเมนท์.
ชัชชัย โกมารทัต และสมพร โกมารทัต. (2549). การพัฒนาเครื่องมือวัดความฉลาดในการเคลื่อนไหวร่างกายหรือความฉลาดในการเลน. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สมพร โกมารทัต และชัชชัย โกมารทัต. (2567). การพัฒนาเครื่องมือวัดและเกณฑ์มาตรฐานความฉลาดในการเล่นสำหรับเด็กไทยอายุ 7-12 ปี. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. 19(2), 22-31. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/yru_human/article/view/271439
Ackerman, P. L. (1996). A theory of adult intellectual development: Process, personality, interests, and knowledge. Intelligence, 22(2), 227–257. https://www.semanticscholar.org/paper/A-theory-of-adult-intellectual-development%3A-and-Ackerman/51e984c7fe1ad7a6a3a3916f32b06c2bd1052db6
Auerbach, S. (1998) . Dr.toy’ s smart play : how to raise a child with a hight PQ. St. Martin’ s Griffin.
Auerbach, S. (2014). Dr.toy’ s smart play smart toys book. Regent Press.
Gardner, H. (1995). Multiple intelligences: the theory in practice. Basic Books.
Physical Activity Research Center (2023, 15 November). Let’s get to know how active play can develop. https://socialmarketing.thaihealth.or.th/index.php?option=com_activities&view=article&tmpl=component&id=4585
Tester, G. & Timothy, R. (2014). A 30-year journey of monitoring fitness and skill outcomes in physical education: lessons learned and a focus on the future. Advances in Physical Education, 4(3), 127-137. https://www.scirp.org/journal/paperinformation?paperid=49336
Wood, E. & Attfield, J. (2005). Play, learning and the early childhood curriculum. Paul Chapman Publishing.