แนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์ขับเคลื่อนโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสำหรับสถาบันอุดมศึกษากลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก
คำสำคัญ:
โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย, สถาบันอุดมศึกษากลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก, ยุทธศาสตร์อุดมศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาโครงสร้างและปฏิสัมพันธ์ของสถาบันอุดมศึกษากลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก และ 2) นำเสนอแนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์ที่เหมาะสม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มประชากรประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากสถาบันอุดมศึกษากลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก 17 แห่ง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากมหาวิทยาลัย 4 แห่ง เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 10 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าความถี่ (f) ร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการสนทนากลุ่มจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 12 คน
ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มผู้มีสถานะเป็นผู้บริหารและกลุ่มที่มีลักษณะปฏิบัติงานด้านบริหาร มีระดับการรับรู้ในมิติโครงสร้างและระดับความพึงพอใจในมิติปฏิสัมพันธ์สูงกว่ากลุ่มอื่นในทุกข้อคำถาม 2) ข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร มีวัตถุประสงค์ เพื่อ (1) สร้างความคล่องตัวในการบริหารจัดการงานวิจัยผ่านโครงสร้างที่มีประสิทธิภาพ (2) พัฒนาโครงสร้างสนับสนุนการดึงดูดทุนสากลและนักวิจัยระดับโลก (3) ปรับระบบบริหารจัดการให้ตอบสนองต่อแนวโน้มโลก และ (4) ลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีและการเข้าถึงทรัพยากรวิจัยในระดับคณะ/วิทยาลัย ในขณะที่ข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนปฏิสัมพันธ์องค์กร มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ลดช่องว่างข้อมูลและสร้างความเข้าใจร่วมระหว่างผู้บริหารกับบุคลากรทุกระดับเพื่อลดภาวะเพิกเฉย (2) เปิดพื้นที่อำนาจต่อรองและมีส่วนร่วมเชิงนโยบายของบุคลากรฐานล่าง และ (3) ปรับสมดุลภาระงานและความสัมพันธ์ข้ามรุ่นเพื่อลดความขัดแย้งภายในองค์กร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (ม.ป.ป.). โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University). https://reinventing.mhesi.go.th/
พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี. (2564). คลายข้อสงสัย ! กับโครงการ Reinventing University ที่มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สอดคล้องและตอบโจทย์ความต้องการของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ. https://www.facebook.com/watch/?v=537300417255325
พสุ เดชะรินทร์, และ ชัยวัฒน์ หฤทัยพันธุ์. (2553). การวางแผนและการกำหนดกลยุทธศาสตร์ = Strategic planning and formulation. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2564). รายงานฉบับสมบูรณ์ ประเทศไทยในอนาคต Future Thailand: มิติที่ 3 การศึกษาไทย.
สมจิตร์ แก้วมณี. (2551). ปัญหาในการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับมหาบัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 4(1), 133–160.
สุขุม เฉลยทรัพย์. (2561, 22 มกราคม). "มหาวิทยาลัยไทย" ทำอย่างไร? จึงจะอยู่ "รอด"... . มติชนออนไลน์. https://www.matichon.co.th/columnists/news_810261
สุอังคณา ม่วงยัง, และ ศุภโชค มณีมัย. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานวิจัยของอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 6(1), 162–178.
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กลุ่มนโยบายและแผนการอุดมศึกษา กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. (2565). แผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564–2570 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566-2570. กรุงเทพฯ: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน.
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.). (2564ก). รายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ปี 2564. กรุงเทพฯ:สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ.
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.). (2564ข). รายงานการศึกษา ระบบอุดมศึกษาไทยในบริบทของประเทศพัฒนาแล้ว ฉบับที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ.
ศศิธร สุพันธวี, และ พิรดา ไชยรัตนา. (2561). ปัญหาและอุปสรรคในการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาโครงการศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชารัฐศาสตร์ (ภาคพิเศษ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. วารสารวิจัยสหวิทยาการระดับบัณฑิตศึกษา, 7(1), 1–6.
อัจศรา ประเสริฐสิน. (2563). เครื่องมือการวิจัยทางการศึกษาและสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักงานทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
Apenko, S., Breusova, A. G., & Leshchenko, N. P. (2024). The features of implementing strategic university transformation projects. Bulletin of OMSK University Sereries:
Economics, 22(3), 33–42. https://doi.org/10.24147/1812-3988.2024.22(3).33-42
Dawes, J. (2008). Do data characteristics change according to the number of scale points used?. International Journal of Market Research, 50(1), 61–77. https://doi.org/10.1177/147078530805000106
Giddens, A. (1986). The constitution of society : Outline of the theory of structuration. Berkeley: University of California Press.
Hashim, M. A. M., Tlemsani, I., & Matthews, R. (2021). Higher education strategy in digital transformation. Education and Information Technologies, 27, 3171–3195. https://doi.org/10.1007/s10639-021-10739-1
Preston, C. C., & Colman, A. M. (2000). Optimal number of response categories in rating scales: Reliability, validity, discriminating power, and respondent preferences. Acta Psychologica, 104(1), 1–15. https://doi.org/10.1016/S0001-6918(99)00050-5
Sadik, M., Marouf, H., & Khaleel, A.F. (2020). The role of strategic planning in the transformation of University’s education. Qalaai Zanist Scientific Journal, 5(2), 1214–1249. https://doi.org/10.25212/lfu.qzj.5.2.37
Sutin, S. E., & Jacob, W. J. (2016). Strategic transformation of higher education: Challenges and Solutions in a Global Economy. Maryland: Rowman & Littlefield Publishers.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ของบทความที่ปรากฏในวารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นของวารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ทั้งนี้บทความทุกเรื่องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิ ข้อความและข้อมูลของบทความในวารสารฯ เป็นแนวคิดของผู้แต่ง มิใช่เป็นความคิดเห็นของกองบรรณาธิการ และมิใช่ความรับผิดชอบของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการแต่ต้องอ้างอิงแสดงแหล่งที่มาและอยู่ในขอบเขตของกฎหมายลิขสิทธิ์