ผลของการเล่นในสนามเด็กเล่น BBL ที่มีต่อสมรรถภาพทางกายและความฉลาดทางการเคลื่อนไหวในนักเรียนระดับประถมศึกษา

Main Article Content

ส่งศรี พุทธเกิด
อัจฉรียา กสิยะพัท
เกษม นครเขตต์

บทคัดย่อ

งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการเล่นในสนามเด็กเล่น BBL ต่อสมรรถภาพทางกายและความฉลาดทางการเคลื่อนไหวของนักเรียนระดับประถมศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้นอายุระหว่าง 7-8 ปี จำนวน 30 คน โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้สนามเด็กเล่น BBL จำนวน 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 60 นาที โดยใช้โปรแกรมการเล่นที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้อง ได้ค่ามากกว่า 0.5 ทุกรายการ และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของคะแนนทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ และคะแนนความฉลาดทางการเคลื่อนไหว โดยทดสอบค่าที (t-test) ก่อนและหลังการทดลอง


ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังจากการใช้โปรแกรมการเล่นในสนามเด็กเล่น BBL สมรรถภาพทางกายของนักเรียนชายในรายการ ลุกนั่ง 60 วินาที ดันพื้น 30 วินาที นั่งงอตัวไปข้างหน้า และวิ่งอ้อมหลัก ดีขึ้นกว่าก่อนการทดลอง (p<.05) และ ในนักเรียนหญิงมีค่าดัชนีมวลกาย, ลุกนั่ง 60 วินาที, ดันพื้น 30 วินาที, นั่งงอตัวไปข้างหน้า และวิ่งอ้อมหลัก ดีขึ้นกว่าก่อนการทดลอง (p<.05) สำหรับการศึกษาด้านความฉลาดทางการเคลื่อนไหว ของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงจากการวัดความฉลาดทางการเคลื่อนไหวร่างกาย (PQ) พบว่า หลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยของเวลาการวิ่งใส่เหรียญในกระป๋องตามคำสั่งและการวิ่งวิบาก ดีขึ้นกว่าก่อนการทดลอง (p<.05)


สรุปได้ว่าการเล่นในสนามเด็กเล่น BBL ทำให้เด็กนักเรียน มีสมรรถภาพทางกายดีขึ้น และมีผลต่อความฉลาดทางการเคลื่อนไหวทำให้มีความฉลาดในการเคลื่อนไหวร่างกายที่สัมพันธ์กับทักษะดีขึ้น ทั้งการเคลื่อนไหวร่างกายพื้นฐาน และโดยเฉพาะทักษะทางกลไกทั่วไปเกี่ยวกับปฏิกิริยาการตอบสนองการรับรู้และการควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายตามคำสั่งในนักเรียนระดับประถมศึกษา

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พุทธเกิด ส., กสิยะพัท อ., & นครเขตต์ เ. (2018). ผลของการเล่นในสนามเด็กเล่น BBL ที่มีต่อสมรรถภาพทางกายและความฉลาดทางการเคลื่อนไหวในนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารบัณฑิตวิจัย, 9(2), 151–162. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/banditvijai/article/view/121646
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เจริญทัศน์ จินตนเสรี. (2538). วิทยาศาสตร์การกีฬาสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬาและนักกีฬา. กรุงเทพฯ: ศูนย์วิทยาศาสตร์ การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย.

ชวภรณ์ สุริยจันทร์. (2554). ผลการใช้โปรแกรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายแบบสถานีสำหรับนักเรียนระดับปฐมวัย. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่).

ชิตินทรีย์ บุญมา. (2552). รูปแบบการเรียนการสอนพลศึกษาโดยใช้หลักการเรียนรู้ของสมองเป็นฐาน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับทักษะสำหรับนักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาพลศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

ชัชชัย โกมารทัต. (2550). แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนกีฬาพื้นเมืองไทยในการพัฒนาพื้นฐาน นักกีฬาไทย. กรุงเทพฯ: คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปริญญา ปทุมมณ. (2554). ผลของโปรแกรมการฝึกร่างกายโดยใช้การเล่นพื้นเมืองไทยที่มีต่อความฉลาดทางสติปัญญา ความฉลาดทางอารมณ์และความฉลาดทางการเคลื่อนไหวร่างกาย ในเด็กชั้นประถมศึกษาชาย อายุ 10 – 12 ปี. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

วรศักดิ์ เพียรชอบ. (2548). หลักการพลศึกษา. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2560). การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10,10 ปี พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ สู่สังคม
สุขภาวะ. 20-22 ธันวาคม 2560 ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี. กรุงเทพฯ: เอกสารสมัชชาสุขภาพ. สืบค้นจาก https://www.samatcha.org/node/178

สุพิตร สมาหิโต. (2549). แบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ สำหรับเด็กไทย อายุ 7-18 ปี. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).

สุพิตร สมาหิโต.(2551). เอกสารประกอบการอบรมวิชาพลศึกษาโครงการอบรมการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการเรียนรู้แบบ BBL .กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้.

สมบูรณ์ อินทร์ถมยา. (2547). การพัฒนาเครื่องมือวัดปัญญาด้านการรับรู้ภาวะการเคลื่อนไหวของร่างกาย. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาพลศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). คู่มือหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

อัครภูมิ จารุภากร และพรพิไล เลิศวิชา. (2550). สมอง เรียน รู้. กรุงเทพฯ: สถาบันวิทยาการการเรียนรู้.

อัจฉรียา กสิยะพัท. (2558). การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในวัยเด็กอายุ 9-11 ปี. กรุงเทพฯ: ศูนย์วิจัยกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).

Brunoni, A. R., Lopes, M., & Fregni, F. (2008). A systematic review and meta-analysis of clinical studies on major depression and BDNF levels: implications for the role of neuroplasticity in depression. International Journal of Neuropsychopharmacology, 11(8), 1169-1180.

Colcombe, S. J., Erickson, K. I., Scalf, P. E., Kim, J. S., Prakash, R., McAuley, E., ... & Kramer, A. F. (2006). Aerobic exercise training increases brain volume in aging humans. The Journals of Gerontology Series A: Biological Sciences and Medical Sciences, 61(11), 1166-1170.

Chaddock, L., Pontifex, M. B., Hillman, C. H., & Kramer, A. F. (2011). A review of the relation of aerobic fitness and physical activity to brain structure and function in children. Journal of the International Neuropsychological Society, 17(6), 975-985.

Gardner, H. (1983). Frames of Mind: The Theory of Multiple Intelligences. New York: Basic Books.

Jensen, E. (2000). Brain-Based Learning. San Diego: Brain Store Incorporated

Kramer, A. F., Hahn, S., Cohen, N. J., Banich, M. T., McAuley, E., Harrison, C. R., ... & Colcombe, A. (1999). Ageing, fitness and neurocognitive function. Nature, 400(6743), 418.

Mandolesi, L., Polverino, A., Montuori, S., Foti, F., Ferraioli, G., Sorrentino, P., & Sorrentino, G. (2018). Effects of Physical Exercise on Cognitive Functioning and Wellbeing: Biological and Psychological Benefits. Frontiers in psychology, 9(509), 1-11.

Regate, C and Geoffrey, C. (1990). A Brain-Based Process for Restructuring Schools and Renewing Education. (2nd Ed). Tucson, AZ: Zephyr Press

Voss, M. W., Chaddock, L., Kim, J. S., VanPatter, M., Pontifex, M. B., Raine, L. B., ... & Kramer, A. F. (2011). Aerobic fitness is associated with greater efficiency of the network underlying cognitive control in preadolescent children. Neuroscience, 199, 166-176.