เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข

  • ตาราง รูปภาพ ภาพลายเส้น แผนภูมิ และกราฟ หากมีขนาดเล็กให้แทรกไว้ในเนื้อหาที่จัดเป็น 2 คอลัมน์ หากมีขนาดใหญ่ให้จัดเป็น 1 คอลัมน์ โดยให้ผู้นิพนธ์บทความคัดเลือกเฉพาะที่จำป็นเท่านั้น เรียงลำดับให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง ชื่อตารางให้อยู่ด้านบนของตาราง ส่วนชื่อรูปภาพแผนภูมิ และกราฟให้อยู่ด้านล่าง พร้อมทั้งคำอธิบายสั้น ๆ ที่สื่อความหมายได้สาระครบถ้วน
  • จำนวนหน้าไม่ควรเกิน 15 หน้า รวมตาราง รูปภาพ และเอกสารอ้างอิง
  • รูปแบบตัวอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษใช้ตัวอักษรแบบ TH Niramit AS ขนาดตัวอักษรทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษใช้ขนาดเดียวกัน ดังนี้ ชื่อเรื่องใช้ตัวอักษรขนาด 18 pt. ตัวหนา ชื่อผู้นิพนธ์บทความใช้ตัวอักษรขนาด 14 pt. ตัวปกติ ชื่อหน่วยงานที่สังกัดและตำแหน่งทางวิชาการของผู้นิพนธ์บทความ (ถ้ามี) ใช้ตัวอักษรขนาด 12 pt. หัวข้อหลักใช้ตัวอักษรขนาด 16 pt. ตัวหนา หัวข้อรองใช้ตัวอักษรขนาด 14 pt. ตัวหนา เนื้อหาทุกส่วนใช้ตัวอักษร ขนาด 14 pt. ตัวปกติ
  • การพิมพ์ให้จัดพิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft Word โดยจัดหน้ากระดาษ ขนาด A4 (8.5 x 11 นิ้ว) ตั้งค่าหน้ากระดาษสำหรับการพิมพ์ห่างจากขอบบนกระดาษ 1 นิ้ว (1.25 นิ้ว เฉพาะหน้าแรก) ขอบล่าง 0.8 นิ้ว ขอบซ้าย 1.25 นิ้ว ขอบขวา 0.8 นิ้ว จัดสองคอลัมน์ (ยกเว้นบทคัดย่อภาษาไทย บทคัดย่อภาษาอังกฤษ และเอกสารอ้างอิงให้ จัดหนึ่งคอลัมน์) ความกว้างคอลัมน์ 2.98 นิ้ว ระยะห่างระหว่างคอลัมน์ 0.25 นิ้ว ใส่หมายเลขหน้ากำกับอยู่ด้านบนขวาทุกหน้า
  • กรุณาเขียนชื่อ นามสกุล, หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สามารถติดต่อได้ (กรณีคนไทย) และสังกัดของท่าน ในหัวข้อ "ข้อความถึงบรรณาธิการ"
  • ข้าพเจ้าและผู้นิพนธ์ร่วม (ถ้ามี) ขอรับรองว่า บทความที่เสนอมานี้ยังไม่เคยได้รับการตีพิมพ์หรือไม่ได้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสารหรือแหล่งตีพิมพ์อื่นใด หรือได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสารฉบับอื่น และปฏิบัติตามจริยธรรมการตีพิมพ์บทความเพื่อเผยแพร่ในวารสารบัณฑิตวิจัย
  • ข้าพเจ้าและผู้นิพนธ์ร่วม ยอมรับนโยบายการพิจารณารับตีพิมพ์ผลงานของวารสารบัณฑิตวิจัย ทั้งยินยอมให้กองบรรณาธิการมีสิทธิพิจารณาและตรวจแก้ต้นฉบับได้ตามที่เห็นสมควร พร้อมนี้ขอมอบลิขสิทธิ์บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ให้แก่วารสารบัณฑิตวิจัย หากมีการฟ้องร้องเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับภาพ แผนภูมิ ข้อความส่วนใดส่วนหนึ่ง และ/หรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความ ข้าพเจ้าและผู้นิพนธ์ร่วม ยินยอมรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว
  • หากกองบรรณาธิการวารสารบัณฑิตวิจัยตรวจพบว่าคำรับรองดังกล่าวไม่เป็นความจริง รวมทั้งหากข้าพเจ้าไม่ปฏิบัติตามนโยบายการพิจารณาตีพิมพ์ผลงานของวารสารบัณฑิตวิจัย กองบรรณาธิการ มีสิทธิ์ยกเลิกบทความของข้าพเจ้าออกจากวารสารบัณฑิตวิจัยได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบล่วงหน้า และข้าพเจ้าขอรับรองและยินยอมปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวข้างต้นทุกประการ
  • ข้าพเจ้าได้อ่านข้อกำหนดในการส่งบทความของวารสารฯ ครบทุกข้อแล้ว และยอมรับตามข้อตกลงและเงื่อนไขของวารสารทุกประการ
คำแนะนำในการส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตวิจัย
 
วารสารบัณฑิตวิจัย มีกำหนดเผยแพร่เป็นราย 6 เดือน (ปีละ 2 ฉบับ) คือ ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถุนายน) และฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม) เป็นวารสารวิชาการที่เผยแพร่บทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article) ด้านการศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษา พัฒนาการเรียนการสอน และพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ผลงานที่ได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารจะต้องไม่เคยเผยแพร่ในวารสารอื่นใดมาก่อน เพื่อให้การตีพิมพ์บทความในวารสารบัณฑิตวิจัยมีรูปแบบเดียวกันและถูกต้องตามหลักวิชาการ กองบรรณาธิการจึงคำแนะนำการเตรียมต้นฉบับบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตวิจัย ดังนี้ 
 
 
การเตรียมต้นฉบับ
1. ต้นฉบับภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษองค์ประกอบต่าง ๆ ของบทความวิจัยหรือบทความวิชาการให้ปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ บทความส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษตรวจความถูกต้องด้านการใช้ภาษาก่อน
2. การพิมพ์ ให้จัดพิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft Word โดยจัดหน้ากระดาษ ขนาด A4 (8.5 x 11 นิ้ว) ตั้งค่าหน้ากระดาษสำหรับการพิมพ์ห่างจากขอบบนกระดาษ 1 นิ้ว (1.25 นิ้ว เฉพาะหน้าแรก) ขอบล่าง 0.8 นิ้ว ขอบซ้าย 1.25 นิ้ว ขอบขวา 0.8 นิ้ว จัดสองคอลัมน์ (ยกเว้นบทคัดย่อภาษาไทย บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ตาราง ภาพ แผนภูมิ และเอกสารอ้างอิงจัดหนึ่งคอลัมน์) ความกว้างคอลัมน์ 2.98 นิ้ว ระยะห่างระหว่างคอลัมน์ 0.25 นิ้ว ใส่เลขหน้ากำกับอยู่ด้านบนขวาทุกหน้า
3. รูปแบบตัวอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใช้ตัวอักษรแบบ TH Niramit AS ขนาดเดียวกัน ดังนี้ ชื่อเรื่องใช้ตัวอักษรขนาด 18 pt. ตัวหนา ชื่อผู้นิพนธ์บทความใช้ตัวอักษรขนาด 14 pt. ตัวปกติ ชื่อหน่วยงานที่สังกัดและตำแหน่งทางวิชาการของผู้นิพนธ์บทความ (ถ้ามี) ใช้ตัวอักษรขนาด 12 pt. หัวข้อหลักใช้ตัวอักษรขนาด 16 pt. ตัวหนา หัวข้อรองใช้ตัวอักษรขนาด 14 pt. ตัวหนา สำหรับเนื้อหาทุกส่วนใช้ตัวอักษรขนาด 14 pt. ตัวปกติ 
4. จำนวนหน้า ไม่ควรเกิน 15 หน้า รวมตาราง รูปภาพ และเอกสารอ้างอิง
5. ตาราง รูปภาพ ภาพลายเส้น แผนภูมิ และกราฟ ให้จัดเป็น 1 คอลัมน์ ควรคัดเลือกเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น เรียงลำดับให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง ชื่อตารางอยู่ด้านบนของตาราง ส่วนชื่อรูปภาพ แผนภูมิ และกราฟอยู่ด้านล่างพร้อมคำอธิบายสั้น ๆ สื่อความหมายได้ชัดเจน
6. การส่งต้นฉบับ ให้ส่งบทความต้นฉบับในรูปแบบไฟล์ word พร้อมแบบนำเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์และหนังสือรับรองการตีพิมพ์ ทางระบบวารสารออนไลน์ที่ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/banditvijai และส่งเอกสารฉบับจริงทางไปรษณีย์
 
ประเภทของบทความ
1. บทความวิจัย (Research Article) เป็นบทความที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัย มีกระบวนการศึกษาที่ชัดเจน โดยอาจเป็นผลจากบางส่วนของงานวิจัยหรืองานวิจัยที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว 
2. บทความวิชาการ (Academic Article) เป็นบทความที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ และความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ทางวิชาการของสาขาต่าง ๆ ที่ผู้นิพนธ์เรียบเรียงจากการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ มีความรู้ที่สะท้อนมุมมอง แนวคิดเชิงทฤษฎีที่ได้จากการสังเคราะห์เอกสารหรือการวิจัยจากประสบการณ์ของผู้นิพนธ์
 
ส่วนประกอบของบทความ
1. ชื่อเรื่อง (Title) ควรสั้น กระชับ และตรงกับเนื้อเรื่องให้ขึ้นต้นชื่อเรื่องเป็นภาษาไทยและตามด้วยภาษาอังกฤษ โดยภาษาอังกฤษใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด จัดกึ่งกลางหน้ากระดาษ
2. ชื่อผู้นิพนธ์บทความ (Authors and co-authors) ใช้ชื่อและนามสกุลเต็มทั้งชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับภาษาอังกฤษใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะอักษรตัวแรกของชื่อตัวและนามสกุล ไม่ระบุคำหน้าและตำแหน่งทางวิชาการ จัดไว้กึ่งกลางหน้ากระดาษต่อจากชื่อเรื่อง ถ้ามีผู้นิพนธ์ร่วมหลายคนให้ใส่หมายเลข 1 หรือ 2 กำกับไว้ท้ายชื่อตามจำนวนผู้นิพนธ์ หากเป็นนักศึกษาให้ใส่ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์เป็นผู้นิพนธ์ร่วม
3. สังกัดผู้นิพนธ์บทความ (Affiliation) ใส่ชื่อหน่วยงานที่สังกัดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเรียงลำดับตั้งแต่หน่วยงานระดับต้นไปจนถึงหน่วยงานหลักต่อจากชื่อผู้นิพนธ์บทความ และใส่สถานะของผู้นิพนธ์โดยระบุตำแหน่งทางวิชาการ (ถ้ามี) ที่เชิงอรรถของหน้าแรก กรณีเป็นนักศึกษาให้ระบุระดับการศึกษา ชื่อหลักสูตร สาขาวิชา และสถาบันการศึกษา
4. บทคัดย่อ (Abstract) ภาษาไทยความยาวไม่เกิน 500 คำ และภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 500 คำ จัดเป็น 1 คอลัมน์ โดยให้บทคัดย่อภาษาไทยขึ้นก่อนตามด้วยบทคัดย่อภาษาอังกฤษ
5. คำสำคัญ (Keywords) ให้เขียนคำสำคัญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ละชุดไม่เกิน 5 คำ โดยให้ระบุไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา
6. เนื้อหาในบทความ (Main Texts)
    6.1 บทความวิจัย ประกอบด้วย
          6.1.1 บทนำ (Introduction) นำเสนอภูมิหลังความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัยรวมทั้งการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาและเหตุผลของการทำวิจัย
          6.1.2 วัตถุประสงค์การวิจัย (Objectives) นำเสนอจุดมุ่งหมายที่ต้องการศึกษา ค้นคว้าแสวงหาคำตอบในการวิจัย
          6.1.3 สมมุติฐานการวิจัย (Hypothesis) (ถ้ามี) นำเสนอคำตอบที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นเหตุเป็นผลต่อปัญหาที่ศึกษา ระบุความสัมพันธ์ตัวแปรที่ศึกษา
          6.1.4 กรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual Framework) นำเสนอแนวคิด ทฤษฎี ตัวแปรที่ต้องการศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ในลักษณะของแผนภาพ
          6.1.5 วิธีดำเนินการวิจัย (Research Methodology) นำเสนอแบบแผนการวิจัย เช่น การวิจัยเชิงสำรวจ การวิจัยเชิงทดลอง การวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นต้น ในหัวข้อนี้ประกอบด้วย
                     6.1.5.1 ประชากร (Population) นำเสนอคุณลักษณะและจำนวนประชากรที่ใช้ในการศึกษาทั้งหมด
                     6.1.5.2 กลุ่มตัวอย่าง (Sample) นำเสนอจำนวนตัวอย่าง หลักเกณฑ์การกำหนด และวิธีการได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่าง
                     6.1.5.3 เครื่องมือการวิจัย (Research instrument) นำเสนอชนิดของเครื่องมือ การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ
                     6.1.5.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection) นำเสนอขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลและระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูล (ระบุช่วงเวลา)
                     6.1.5.5 การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) นำเสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
          6.1.6 ผลการวิจัย (Results) นำเสนอผลการวิจัยจากการวิเคราะห์หรือสังเคราะห์อย่างชัดเจนและตรงประเด็น โดยสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย อธิบายผลการวิจัยด้วยคำบรรยายเป็นหลัก ถ้ามีตัวแปรที่ศึกษาหรือข้อมูลตัวเลขเป็นจำนวนมากให้นำเสนอเป็นรูปภาพตาราง แผนภูมิ และกราฟ แทรกในเนื้อหาพร้อมคำอธิบายให้ได้สาระครบถ้วนอย่างสั้น ๆ กระชับ
          6.1.7 สรุปผลการวิจัย (Conclusion) นำเสนอสรุปประเด็นสำคัญที่เกิดจากผลการวิจัย
          6.1.8 การอภิปรายผลการวิจัย (Discussion) นำเสนอว่าผลการวิจัยเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยที่ตั้งไว้อย่างไร เป็นเพราะเหตุผลใดโดยใช้ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนการอภิปรายผล
          6.1.9 ข้อเสนอแนะ (Suggestion) แบ่งเป็น
                     6.1.9.1 ข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้ ให้ข้อเสนอแนะว่าสามารถนำผลการวิจัยที่ค้นพบไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร เขียนให้เป็นรูปธรรม
                     6.1.9.2 ข้อเสนอแนะการวิจัยครั้งต่อไป ให้ข้อเสนอแนะว่าการวิจัยครั้งต่อไปควรจะศึกษาประเด็นหรือตัวแปรอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้เรื่องที่ศึกษามีความสมบูรณ์มากขึ้น
          6.1.10 องค์ความรู้ใหม่ องค์ความรู้ใหม่ ให้ระบุองค์ความรู้ใหม่จากการวิจัย วิเคราะห์ สังเคราะห์
          6.1.11 บทบาทหน้าที่ของผู้นิพนธ์ กรณีที่มีผู้นิพนธ์มากกว่า 1 คน ให้ระบุบทบาทหน้าที่ของผู้นิพนธ์แต่ละคน (ดูรายการบทบาทหน้าที่ในหน้าเว็บไซต์ของวารสาร) 
    6.2 บทความวิชาการ (Academic Article):
          6.2.1 บทนำ (Introduction) กล่าวถึงความน่าสนใจของเรื่องที่นำเสนอ ก่อนเข้าสู่เนื้อเรื่อง
          6.2.2 เนื้อเรื่อง (Body) นำเสนให้เห็นถึงปรากฏการณ์หรือองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นในวงวิชาการที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน แสดงความเชื่อมโยงของเหตุที่นำไปสู่ผล (Causal Relationship) การอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ และเหตุผลที่พิสูจน์ได้ทางวิชาการซึ่งได้จากการศึกษาค้นคว้าและประสบการณ์ของผู้นิพนธ์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้อ่าน
          6.2.3 สรุป (Conclusion) สรุปประเด็นสำคัญ ๆ จากบทความให้สั้นกระชับได้เนื้อหาสาระครบถ้วน และกล่าวถึงผลลัพธ์ว่าสิ่งที่กล่าวมามีความสำคัญอย่างไร สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร
7. เอกสารอ้างอิง (Reference) ให้มีเฉพาะเอกสารที่ผู้นิพนธ์นำมาอ้างอิงในบทความอย่างครบถ้วน
 
 

การอ้างอิงเอกสาร

เอกสารที่นำมาใช้อ้างอิงไม่ควรเกิน 10 ปี และให้แปลเอกสารอ้างอิงภาษาไทยและภาษาอื่น ๆ ให้เป็นภาษาอังกฤษ โดยอ้างอิงระบบ APA (American Psychological Association Citation Style) โดยแยกเป็น

 

1. การอ้างอิงในเนื้อความ (In-text Citations)

เป็นการระบุแหล่งที่มาของข้อมูลในเนื้อความ ใช้วิธีการอ้างอิงแบบนาม-ปี (Author-date in text Citation) โดยระบุชื่อผู้แต่ง ปีที่พิมพ์ ต่อท้ายข้อความที่ต้องการอ้างอิง เช่น (Treesopanakorn, 2019) แต่ถ้าชื่อผู้แต่งที่อ้างถึงเป็นส่วนหนึ่งของบทความให้เขียนชื่อผู้แต่งเป็นภาษาไทยไว้นอกวงเล็บ แล้วเขียนนามสกุลผู้แต่งและปีที่พิมพ์ต่อจากชื่อผู้เขียน เช่น ขจร ตรีโสภณากร (Treesopanakorn, 2019) รูปแบบการอ้างอิง มีดังนี้

 

1.1 การอ้างอิงบุคคล

1.1.1 ผู้แต่ง 1-2 คน

กรณีการอ้างอิงหน้าข้อความ

 ... สมเจตน์ ภูศรี และขจร ตรีโสภณากร (Phoosri & Treesopanakorn, 2018)

การอ้างอิงหน้าข้อความ กรณีผู้แต่งชาวต่างประเทศ

… Johnson and Johnson (2018)

... Smith (2019)

กรณีการอ้างอิงท้ายข้อความ

(Phoosriand & Treesopanakorn, 2018)

(Johnson & Johnson, 2018)

(Smith, 2019)

1.1.2 ผู้แต่ง 3 คน ขึ้นไป

สำหรับบทความที่มีผู้แต่งตั้งแต่สามคนขึ้นไป ให้ใช้เฉพาะนามสกุลของผู้แต่งคนแรก ตามด้วยคำว่า “และคนอื่น ๆ” และระบุปีที่พิมพ์ โดยรูปแบบนี้ใช้เหมือนกันทั้งในการอ้างอิงครั้งแรกและการอ้างอิงครั้งถัดไป

กรณีการอ้างอิงหน้าข้อความ

... ขจร ตรีโสภณากร และคนอื่น ๆ (Treesopanakorn et al., 2019)

… Simpson et al. (2018)

กรณีการอ้างอิงท้ายข้อความ

(Treesopanakorn et al., 2019)

(Simpson et al., 2018)

1.1.3 การอ้างอิงผลงานหลายชิ้น

ให้เรียงตามตัวอักษรของชื่อสกุลผู้แต่ง คั่นระหว่างด้วยเครื่องหมาย ;

กรณีการอ้างอิงหน้าข้อความ

... Johnson et al. (2019), Ortega et al. (2018), and Peterson et al. (2019)     

กรณีการอ้างอิงท้ายข้อความ

(Johnson et al., 2019; Ortega et al., 2018; Peterson et al., 2019).

 

1.2 การอ้างอิงนิติบุคคล หน่วยงาน องค์กร

ให้ระบุชื่อหน่วยงานตามที่ปรากฏ

กรณีการอ้างอิงหน้าข้อความครั้งแรก

... Chiang Mai Rajabhat University (CMRU, 2019)

กรณีการอ้างอิงหน้าข้อความครั้งต่อไป

... CMRU (2019)

กรณีการอ้างอิงท้ายข้อความครั้งแรก

(Chiang Mai Rajabhat University [CMRU], 2019)

กรณีการอ้างอิงท้ายข้อความครั้งต่อไป

(CMRU, 2019)

 

1.3 การอ้างอิงจากบทสัมภาษณ์

กรณีการอ้างอิงหน้าข้อความ (แบบระบุตัวตน)

... ขจร ตรีโสภณากร (personal communication, April 18, 2020)

… P. Simpson (personal communication, April 18, 2020)

กรณีการอ้างอิงหน้าข้อความ (แบบไม่ระบุตัวตน)

... Student A (personal communication, April 18, 2020)

กรณีการอ้างอิงท้ายข้อความ (แบบระบุตัวตน)

(P. Simpson, personal communication, April 18, 2020)

กรณีการอ้างอิงท้ายข้อความ (แบบไม่ระบุตัวตน)

(Student A, personal communication, April 18, 2020)

         

1.4 การอ้างอิงราชกิจจานุเบกษา

กรณีการอ้างอิงหน้าข้อความ

... รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2560, 2017)

กรณีการอ้างอิงท้ายข้อความ

(Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2560, 2017)

 

2. เอกสารอ้างอิง (References)

เป็นการอ้างอิงส่วนท้ายบทความ โดยรวบรวมรายการเอกสารทั้งหมดที่ผู้นิพนธ์ได้ใช้อ้างอิงในเนื้อความ พร้อมจัดเรียงรายการเอกสารตามลำดับตัวอักษรของชื่อผู้แต่ง แปลรายการอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษทุกรายการ ระบุภาษาต้นฉบับของเอกสารอ้างอิงไว้ท้ายรายการอ้างอิงแต่ละรายการ เช่น [In Thai], [In Chinese] โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

2.1 หนังสือ

ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อหนังสือ (ครั้งที่พิมพ์). สำนักพิมพ์.

          ตัวอย่าง

Treesopanakorn, K. (2017). Handball (2nd ed.). Chiang Mai Rajabhat University.

Buchanan, D. A., & Huczynski, A. A. (2019). Organi-zational behaviour (3nd ed.). McGraw-Hill.

 

2.2 หนังสือออนไลน์

ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อหนังสือ (ครั้งที่พิมพ์). สำนักพิมพ์. https://doi.org/xxx หรือ URL

**หมายเหตุ หากมี DOI ให้ใช้ DOI ก่อน URL เสมอ

          ตัวอย่าง

Smith, R. J. (2020). Climate change and global policy. Cambridge University Press.

                https://doi.org/10.1017/9781108771234

Mitchell, J. A. (2017). Introduction to psychology (5th ed.). Open University Press.

                https://www.open.edu/openlearn/introduction-psychology

Brown, T., & Green, A. (2019). Educational technology: An introduction. Routledge.

                https://www.routledge.com/books/9781138572072

 

2.3 วารสารและนิตยสาร

ชื่อผู้เขียน. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), เลขหน้า-หน้า.

          ตัวอย่าง

Sakulsriprasert, S. (2022). The psychometric properties of teacher attributions testing.
                Journal of graduate research, 13(2), 103-116.

Ryve, A. & Hemmi, K. (2019). Educational policy to improve mathematics instruction at scale:
                Conceptualizing contextual factors. Educational Studies in Mathematics, 102(3), 379-394.

 

2.4 วารสารและนิตยสารออนไลน์

ชื่อผู้เขียน. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), เลขหน้า-หน้า. https://doi.org/xxx หรือ URL

**หมายเหตุ หากมี DOI ให้ใช้ DOI ก่อน URL เสมอ

          ตัวอย่าง

Grady, J. S., Her, M., Moreno, G., Perez, C., & Yelinek, J. (2019). Emotions in storybooks: A comparison
                of storybooks that represent ethnic and racial groups in the United States.
                Psychology of Popular Media Culture, 8(3), 207–217. 
                https://doi.org/10.1037/ppm0000185

Mahavijit, P., Jantap, N., & Poosaat, P. (2025). Community-based learning: A learning design approach
                to enhance mathematical literacy. Journal of Graduate Research, 16(1), JGR-16-1-A01.
                https://so02.tci-thaijo.org/index.php/banditvijai/article/view/269550

 

2.5 สื่ออิเล็กทรอนิกส์

ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่เผยแพร่, เดือน วัน). ชื่อเรื่อง/ชื่อบทความ. ชื่อเว็บไซต์. http://www …………

ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่เผยแพร่). ชื่อเรื่อง/ชื่อบทความ. ชื่อเว็บไซต์. http://www …………

          ตัวอย่าง

Schaeffer, K. (2021, October 1). What we know about online learning and the homework gap amid the pandemic.
               
Pew Research Center. https://www.pewresearch.org/fact-tank/2021/10/01/what-we-know-about-
                online-learning-and-the-homework-gap-amid-the-pandemic/

 

2.6 รายงานการประชุมหรือสัมมนาทางวิชาการ

ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อเรื่อง. ใน ชื่อบรรณาธิการ (Eds.), ชื่อเอกสารรวมเรื่องรายงานการประชุม (pp. เลขหน้า-เลขหน้า). สำนักพิมพ์. https://doi.org/xxx หรือ URL

**หมายเหตุ หากมี DOI ให้ใช้ DOI ก่อน URL เสมอ

          ตัวอย่าง

Aron, L., Botella, M., & Lubart, T. (2019). Culinary arts: Talent and their development. In R. F. Subotnik,
                P. Olszewski-Kubilius, & F. C. Worrell (Eds.), The psychology of high performance: Developing
                human potential into domain-specific talent
(pp. 345–359). American Psychological Association.
                https://doi.org/10.1037/0000120-016

 

2.7 วิทยานิพนธ์และการศึกษาค้นคว้าอิสระที่ไม่ได้ตีพิมพ์

ชื่อผู้นิพนธ์. (ปีที่พิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์ [Unpublished master’s thesis]. สถาบันการศึกษา.

ชื่อผู้นิพนธ์. (ปีที่พิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์ [Unpublished doctoral dissertation]. สถาบันการศึกษา.

          ตัวอย่าง

Katang, K. (2018). The management of learning resources to support the philosophy of the sufficiency economy,
                Ban Mae Daet Noi School, Galyani Vadhana district, Chiang Mai province
[Unpublished master’s
                thesis]. Chiang Mai Rajabhat University.

*** วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ใช้ [Unpublished doctoral dissertation]

*** วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ใช้ [Unpublished master’s thesis]

 

2.8 วิทยานิพนธ์และการศึกษาค้นคว้าอิสระที่ตีพิมพ์

ชื่อผู้นิพนธ์. (ปีที่เผยแพร่). ชื่อวิทยานิพนธ์ [Doctoral dissertation, สถาบันการศึกษา]. ชื่อเว็บไซต์หรือชื่อฐานข้อมูล.
                https://doi.org/xxx หรือ URL

ชื่อผู้นิพนธ์. (ปีที่เผยแพร่). ชื่อวิทยานิพนธ์ [Master’s thesis, สถาบันการศึกษา]. ชื่อเว็บไซต์หรือชื่อฐานข้อมูล.
                https://doi.org/xxx หรือ URL

**หมายเหตุ หากมี DOI ให้ใช้ DOI ก่อน URL เสมอ

          ตัวอย่าง

Zambrano-Vazquez, L. (2016). The interaction of state and trait worry on response monitoring in those
                with worry and obsessive-compulsive symptoms
[Doctoral dissertation, University of Arizona].
                UA Campus Repository. https://repository.arizona.edu/handle/10150/620615

Charoensuk, P. (2021). Developing a blended learning model to enhance critical thinking skills of Thai high school
                students
[Master’s thesis, Chulalongkorn University]. Chulalongkorn University Theses Repository. 
                https://digital.library.chula.ac.th/thesis/1234

 

2.9 ราชกิจจานุเบกษา

ชื่อกฎหมายหรือชื่อพระราชบัญญัติ. (ปีที่พิมพ์, เดือน วัน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม เลขเล่ม ตอนที่ เลขตอน หน้า เลขหน้า.

          ตัวอย่าง

พระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญ

Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2560. (2017, April 6). Royal Gazette. Vol. 134 Part 40 A pp. 1–127.

พระราชกฤษฎีกา

Royal Decree on the Establishment of the Office of National Higher Education Science Research
                and Innovation Policy Council B.E. 2562. (2019, May 1). Royal Gazette.
                Vol. 136 Part 69 A pp. 1–15.

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

Notification of the Ministry of Public Health: Prescription of controlled substances under the Narcotics Act
                B.E. 2522 (2020, February 21). Royal Gazette. Vol. 137 Part 21 D pp. 1–4.

 

ดาวน์โหลดไฟล์

 

เอกสารดาวน์โหลด 

คำแนะนำการเตรียมต้นฉบับบทความ
ตัวอย่างการเตรียมบทความต้นฉบับ
แบบนำส่งบทความวารสารบัณฑิตวิจัย
หนังสือรับรองก่อนตีพิมพ์บัณฑิตวิจัย
การจัดรูปแบบบทความ
ขั้นตอนการตีพิมพ์เผยแพร่บทความ

ไฟล์คำแนะนำการอ้างอิงเอกสาร

หมายเหตุ: กรุณาส่งข้อความถึงบรรณาธิการทุกครั้งที่ผู้นิพนธ์ส่งบทความแก้ไขเข้าในระบบ (หรือโทรแจ้งที่ 09-79704563)