ขั้นตอนการพิจารณาบทความ
| ขั้นตอนการพิจารณาบทความของวารสารบัณฑิตวิจัย |

| ขั้นตอนที่ 1: ผู้นิพนธ์ส่งบทความ |
ผู้นิพนธ์จัดเตรียมต้นฉบับบทความตามรูปแบบที่วารสารกำหนด และส่งบทความต้นฉบับในรูปแบบไฟล์เวิร์ด (Microsoft word) ในระบบวารสารออนไลน์ (ThaiJo)
| ขั้นตอนที่ 2: พิจารณาบทความเบื้องต้น |
กองบรรณาธิการพิจารณากลั่นกรองบทความเบื้องต้น
ผ่านการพิจารณาในรอบแรก: บทความอยู่ในขอบเขตการตีพิมพ์ของวารสาร มีรูปแบบตามที่วารสารกำหนด ต้นฉบับบทความมีคุณภาพเหมาะสมกับการตีพิมพ์
ไม่ผ่านการพิจารณา: ไม่อยู่ในขอบเขตการตีพิมพ์ของวารสาร ไม่จัดรูปแบบบทความตามที่วารสารกำหนด บทความไม่มีคุณภาพ
กองบรรณาธิการวารสารจะแจ้งผลการพิจารณาและข้อเสนอแนะในการแก้ไขบทความเบื้องต้นให้ผู้นิพนธ์ผ่านระบบไทยโจภายใน 7 วัน
| ขั้นตอนที่ 3: ผู้นิพนธ์แก้ไขบทความเบื้องต้น |
ผู้นิพนธ์แก้ไขบทความตามคำแนะนำของกองบรรณาธิการและส่งบทความแก้ไขผ่านระบบไทยโจภายใน 7 วัน
*โดยบทความส่วนที่มีการแก้ไขให้ทำตัวอักษรสีแดงเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ
| ขั้นตอนที่ 4: พิจารณาบทความเบื้องต้น 2 |
กองบรรณาธิการพิจารณาบทความฉบับแก้ไข โดยใช้เวลา 7 วัน
กรณีผ่านการพิจารณา: กองบรรณาธิการแจ้งผู้นิพนธ์ชำระเงินค่าพิจารณาบทความ 4,500 บาทต่อบทความ พร้อมส่งแบบนำส่งบทความตีพิมพ์ หนังสือรับรองก่อนการตีพิมพ์ และหนังสือรับรองการวิจัยในมนุษย์ (กรณีที่มีการเก็บข้อมูลในมนุษย์)
กรณีไม่ผ่านการพิจารณา: กองบรรณาธิการแจ้งผู้นิพนธ์แก้ไขบทความอีกครั้ง
| ขั้นตอนที่ 5: พิจารณาบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ |
กองบรรณาธิการประสานผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาบทความอย่างน้อย 2 ท่าน ใช้เวลาประมาณ 30-40 วัน (Double-blind Peer Review)
ผลการพิจารณาบทความ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1. เผยแพร่ได้: ไม่มีข้อเสนอแนะให้แก้ไขจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 2 ท่าน แต่อาจจะมีข้อเสนอแนะให้แก้ไขจากกองบรรณาธิการเพื่อให้บทความมีความสมบูรณ์
2. ให้ผู้นิพนธ์แก้ไข โดยส่งกลับให้พิจารณาอีกครั้ง: ผู้นิพนธ์ต้องแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ และส่งบทความฉบับแก้ไขเพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาอีกครั้ง (ใช้เวลาในการส่งผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณารอบที่ 2 ประมาณ 30-40 วัน)
3. ให้ผู้แต่งแก้ไข โดยให้บรรณาธิการพิจารณาต่อ: ผู้นิพนธ์ต้องแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ และส่งบทความกลับมาให้บรรณาธิการพิจารณา (ใช้เวลาประมาณ 15-30 วัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของบทความ)
4. ไม่สมควรเผยแพร่:
4.1 ผู้ทรงคุณวุฒิ 1 ท่าน มีผลการพิจาณาไม่สมควรเผยแพร่ กองบรรณาธิการจะประสานเชิญผู้ทรงคุณวุฒิท่านที่ 3 เพื่อพิจารณาบทความ (ใช้เวลา 30-40 วัน)
4.2 ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 2 ท่าน มีผลการพิจาณาไม่สมควรเผยแพร่ บทความจะถูกปฏิเสธการตีพิมพ์
หมายเหตุ: กรณีที่ผู้นิพนธ์ไม่แก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะแนะของผู้ทรงคุณวุฒิและกองบรรณาธิการ บทความจะถูกปฏิเสธการตีพิมพ์
| ขั้นตอนที่ 6: ตรวจสอบการคัดลอก |
กรณีที่บทความผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว บทความจะได้รับการตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิชาการ โดยใช้โปรแกรมอักขราวิสุทธิ์
| ขั้นตอนที่ 7: ผู้นิพนธ์แก้ไขบทความตามคำแนะนำผู้ทรงคุณวุฒิ |
ผู้นิพนธ์ปรับปรุงแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิให้ครบทุกท่านและปรับแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะของกองบรรณาธิการ จากนั้นส่งบทความแก้ไขในระบบจัดการวารสารออนไลน์ในหัวข้อ "ไฟล์บทความฉบับแก้ไข" พร้อมส่งแบบสรุปการแก้ไขบทความใน "กระทู้สนทนาการประเมิน" ภายใน 15 วัน
*โดยบทความส่วนที่มีการแก้ไขให้ทำตัวอักษรสีแดงเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ
| ขั้นตอนที่ 8: กองบรรณาธิการพิจารณาบทความแก้ไข |
บรรณาธิการพิจารณาบทความฉบับแก้ไข (ใช้เวลา 15 วัน) หรือส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาอีกครั้ง (กรณีผู้ทรงคุณวุฒิขอพิจารณาการแก้ไข ใช้เวลา 30-40 วัน) พร้อมส่งตรวจบทคัดย่อภาษาอังกฤษโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ
| ขั้นตอนที่ 9: ตอบรับการตีพิมพ์และการเผยแพร่ออนไลน์ |
ออกหนังสือตอบรับการตีพิมพ์และแจ้งผู้นิพนธ์ให้ตรวจสอบความถูกต้องของบทความ ภายใน 7 วัน
กองบรรณาธิการจัดทำบทความฉบับตีพิมพ์เผยแพร่และส่งให้ผู้นิพนธ์ยืนยันความถูกต้องก่อนเผยแพร่ออนไลน์ ภายใน 15 วัน
บทความจะได้รับการพิสูจน์อักษรโดยกองบรรณาธิการ ภายใน 15 วัน
กองบรรณาธิการวารสารจะเผยแพร่บทความออนไลน์บนหน้าเว็บไซต์ของวารสาร