กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของธนาคารที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้แอปพลิเคชั่น เคพลัสของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
คำสำคัญ:
กลยุทธุ์การตลาดดิจิทัลไลฟ์สไตล์, ความไว้วางใจ, การให้บริการมากกว่าความเป็นธนาคาร, การตัดสินใจใช้แอปพลิเคชั่น, การให้บริการธนาคารผ่านแอปพลิเคชั่นบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความคิดเห็นของผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นเคพลัสที่มีต่อกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของธนาคารกสิกรไทย 2) ศึกษาการตัดสินใจใช้แอปพลิเคชั่นเคพลัสของผู้ใช้งาน 3) วิเคราะห์ความมีอิทธิพล ของกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของธนาคารที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้แอปพลิเคชั่นเคพลัส โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ที่เป็นผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นเคพลัสของธนาคารกสิกรไทยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวน 400 คน และสถิติที่ใช้ คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์การถดถอยอย่างง่ายและการถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ใช่งานแอปพลิเคชั่นเคพลัสส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาเพศหญิง ที่มีอายุ 20-24 ปี มีรายได้ไม่เกิน 40,000 บาทต่อเดือน มีการใช้งานแต่ละครั้งไม่เกิน 15 นาที ธุรกรรมที่ใช้งานเป็นประจำ คือ การโอนเงิน และเห็นด้วยในระดับ มากที่สุดว่าแอปพลิเคชั่นเคพลัสสามารถตอบทุกความต้องการของการทำธุรกรรมทางการเงินได้ทุกที่ทุกเวลา สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า และเป็นหนึ่งในทางเลือกที่นึกถึงเสมอเมื่อต้องการทำธุุรกรรมทางการเงิน รวมถึง เมื่อเกิดความพึงพอใจจากการใช้งานจะแนะนำให้ผู้อื่นใช้งานต่อ และเห็นด้วยในระดับมาก ว่าแอปพลิเคชั่นเคพลัสมีการให้บริการ ที่มากกว่าความเป็นธนาคาร โดยผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของธนาคาร ทางด้านการตอบทุกความต้องการได้ทุกที่ทุกเวลาและความสามารถในการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ใช้แอปพลิเคชั่นเคพลัส อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 โดยข้อค้นพบของงานวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการพัฒนา กลยุทธ์ทางการตลาดดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของธนาคารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจน เพื่อให้นักวิชาการและนักวิจัยสามารถ นำไปใช้เป็นแนวทางในการศึกษาและต่อยอดให้เกิดงานวิจัยที่มีคุณภาพได้ต่อไป
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการบริหารธุรกิจ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยต้องเป็นบทความที่ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่นๆ การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งบทความโดยตรง