การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียนเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
คำสำคัญ:
รูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน, การจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียน, นักศึกษาวิชาชีพครูบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียนเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
2) เพื่อพัฒนาคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียนเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และ 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียนเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 สังเคราะห์รูปแบบการจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียนเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 การพัฒนาคุณภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถการจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียนสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และระยะที่ 3 การศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียนเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ กลุ่มเป้าหมาย คือ นักศึกษา จำนวน 44 คน วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่เรียนสาขาวิชาการศึกษาพิเศษ (เอกคู่) รหัส 65 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่า 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ดังนี้ (1) หลักการจัดการเรียนรู้ (2) วัตถุประสงค์ (3) กระบวนการเรียนการสอน (4) สาระความรู้ และ(5) ระบบสนับสนุน 2) การพัฒนาคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียนสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยการตรวจสอบความตรงภายในจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อรูปแบบการเรียนรู้ซึ่งมีระดับคุณภาพอยู่ในระดับมาก มีค่า ( = 3.88, S.D.= 0.67) การตรวจสอบความตรงภายนอกพบว่า นักศึกษาวิชาชีพครูมีคะแนนความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียนสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ระหว่างเรียน เท่ากับ ร้อยละ 77.35 และหลังเรียน เท่ากับ ร้อยละ 76.97 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ ร้อยละ 70 และ 3) ผลการประเมินความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียนสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ด้วยการเรียนรู้จากรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น นักศึกษาวิชาชีพครูมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือร้อยละ 70
เอกสารอ้างอิง
จารุณี ซามาตย์. (2553). การพัฒนาโมเดลสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้บนเครือข่ายตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 3(2), 153–164.
ใจทิพย์ ณ สงขลา. (2547). การออกแบบการเรียนการสอนบนเว็บ ในระบบการเรียนอิเล็กทรอนิกส์. กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิมพันธ์ เตชะคุปต์. (2554). สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ : ด้วยการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
______. (2554). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ฟแมเนจเม้นท์.
สงัด อุทรานันท์. (2529). การนิเทศการศึกษา : หลักการทฤษฎีและปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุมาลี ชัยเจริญ. (2545). ทฤษฎีการออกแบบการสอนในกระบวนทัศน์ใหม่. ขอนแก่น: ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
______. (2548). การเรียนรู้จากสถานการณ์ปัญหาเป็นหลัก (Problem based Learning). ขอนแก่น: ภาควิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สุมาลี ธนวุฒิคติวรกุล. (2541). การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่าน การเขียน และความสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการสอนอ่านด้วยกลวิธี KWL–Plus ประกอบกับกลวิธีการเสริมต่อการเรียนรู้กับการอ่านตามคู่มือครู. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
Davis, Keith and John W. Newstrom. (1981). Human Behavior at Work : Organizational Behavior. (7th ed). New York: McGraw–Hill Book Company.
________. (1990). Effective Business Psychology. New Jersey: Prentice–Hall.
Hoffman, N. (2002). The Characteristics of effective and ineffective teachers. Teacher Education Quarterly, 29(1), 39-48.
Joyce, B. M. Weil, & E. Calhoun. (2015). Models of Teaching. (9th ed). Boston: Pearson Education.
Keeves, P. J. (1988). Educational research. Methodology. and measurement: An international handbook. Oxford: Pergamon.
Coleman, J. L. (1988). The foundations of constitutional economics. Cambridge, England: Cambridge University Press.
Carman, J. M. (2005). Blended Learning Design: Five Key Ingredients. Retrieved from http://www.agilantlearning.com/pdf/Blended%20Learning%20 Design.PDF. August 23th, 2022.
Clark, D. R. (2003). Blended learning. Retrieved from http://www.nwlink.com/~Donclark/elearning/blended.html. August 23th, 2022.
Greenberg, J. & Baron, R. A. (2000). Behavior in Organizations. Retrieved from http://www.alibris.com/search/books/qwork/7684670/used/Behavior%20in%20Organizations. October 10th, 2022.
Sharp, Lauriston and Hanks, Lucien M. (1978). Bang Chan Social History of a Rural Community in Thailand. Ithaca and London: Cornell University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
