การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียที่ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องปั้นดินเผา ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาปากห้วยวังนอง จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
มัลติมีเดีย, ภูมิปัญญา, เครื่องปั้นดินเผาบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาสื่อมัลติมีเดียที่ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องปั้นดินเผา ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาปากห้วยวังนอง จังหวัดอุบลราชธานี 2) หาประสิทธิภาพของสื่อมัลติมีเดีย ที่ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องปั้นดินเผา ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาปากห้วยวังนอง จังหวัดอุบลราชธานี ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อสื่อมัลติมีเดียที่ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องปั้นดินเผา ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาปากห้วยวังนอง จังหวัดอุบลราชธานี ตัวอย่าง ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน โดยการเลือกแบบเจาะเจง และช่างทำเครื่องปั้นดินเผาและตัวแทนชาวบ้านในชุมชนปากห้วยวังนอง จำนวน 30 คน โดยใช้วิธีเลือกแบบสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ สื่อมัลติมีเดียที่พัฒนาขึ้น แบบประเมินคุณภาพสื่อมัลติมีเดีย แบบประเมินการรับรู้ประสิทธิภาพสื่อมัลติมีเดีย และแบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
- สื่อมัลติมีเดียที่พัฒนาขึ้นมีลักษณะการทำงานการสื่อสารแบบทางเดียว ประกอบด้วย 8 เมนูหลัก และผลการประเมินคุณภาพสื่อมี 2 ด้าน 1) ด้านเนื้อหา 2) ด้านเทคนิควิธีและวิธีการ อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.51
- ประสิทธิภาพของสื่อมัลติมีเดียที่ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเครื่องปั้นดินเผา 86.00/88.34 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
- ความพึงพอใจที่มีต่อสื่อมัลติมีเดียมีทั้งหมด 3 ด้าน พบว่า ด้านการออกแบบเนื้อหา อยู่ในระดับเกณฑ์พึงพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.52 ด้านการออกแบบการเคลื่อนไหวของภาพ อยู่ในระดับเกณฑ์พึงพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.55 ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ อยู่ในระดับเกณฑ์พึงพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.68
เอกสารอ้างอิง
จิรายุฑ ประเสริฐศรี และคชากฤษ เหลี่ยมไธสง. การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น สำหรับเยาวชนจังหวัดบุรีรัมย์. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2557.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์ และคณะ “การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน,” วารสารศิลปากร ศึกษาศาสตร์. 5, 1 (มกราคม-มิถุนายน 2556): 7-20.
บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สุวีรียาสาส์น, 2545.
ประชาไท. ชาวบ้านตำบลปทุมทดลองการท่องเที่ยวหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาที่จังหวัดอุบลราชธานี. (ออนไลน์) 2548 (อ้างเมื่อ 27 มิถุนายน 2566). จาก https://prachatai.com/journal/2005/12/6561
พิมพ์อร นทกุล. สากกะเบือยันครก. (ออนไลน์) 2563 (อ้างเมื่อ 12 ตุลาคม 2565). จาก https://readthecloud.co/thai-northeastern-clay-mortar-master.
วรรณทิภา ธรรมโชติ. “การพัฒนาสื่อโมชันกราฟิกเพื่อประกอบการเรียนรู้รายวิชา ส22101 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2,” วารสารโครงงานวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ. 5, 2 (กรกฎาคม–ธันวาคม 2562): 37-47.
เวชยันต์ ปั่นธรรม. การผลิตสื่อโมชันกราฟิกเรื่องระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1 ชาแนล. ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, 2560.
ศศิณิส์ภา พัชรธนโรจน, พิมพ์ชนก สุวรรณศรี และศิริกรณ์ กันขัติ์. “การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียด้านการอนุรักษ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง โคมไฟ 700 ปี อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่,” วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 11, 1 (มกราคม-มิถุนายน 2563): 116-145.
ศิษฏ์ ลือนาม และวิชิต คลังบุญครอง. “การพัฒนาลวดลายตกแต่งบนเครื่องปั้นดินเผาห้วยวังนองเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม,” ศิลปประยุกต์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 2, 7 (กรกฎาคม-กันยายน 2555): 84-90.
อภิดา รุณวาทย์. “การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียเพื่อท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน,” วารสารโครงงานวิทยาการ คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ. 4, 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2561): 7-16.
อัจฉรา สุมังเกษตร และณรงค์ฤทธิ์ มะสุใส. “การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำข้าวฮาง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวงอกฮางกล้องบ้านจาน หมู่ 1 ตำบลโนนนาจาน อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์,” วารสารโครงงานวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ. 5, 1 (มกราคม-มิถุนายน 2562): 23-32.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารบัณฑิตวิทยาลัย พิชญทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจความถูกต้องทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอย่างน้อย 3 คน ความคิดเห็นในวารสารพิชญทรรศน์เป็นความคิดเห็นของผู้นิพนธ์มิใช่ความคิดเห็นของผู้จัดทำ จึงมิใช่ความรับผิดชอบของวารสารพิชญทรรศน์ และบทความในวารสารพิชญทรรศน์สงวนสิทธิ์ตามกฎหมายไทย การจะนำไปเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากกองบรรณาธิการ