บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครูภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3
คำสำคัญ:
บทบาทผู้บริหาร , การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ , โรคอุบัติใหม่บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครูภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อบทบาทของผู้บริหาร จำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์การทำงาน และขนาดสถานศึกษา และ 3) ศึกษาแนวทางพัฒนาบทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครูภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 จำนวน 343 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.834 และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที การทดสอบเอฟ และการเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีของเชฟเฟ่
ผลการวิจัยพบว่า
1) บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านการส่งเสริมการจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือด้านการประเมินผลการจัดการเรียนรู้ และด้านการวางแผนการจัดการเรียนการสอน ส่วนด้านการนิเทศภายในและกำกับติดตามการจัดการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
2) การเปรียบเทียบความคิดเห็นจำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์การทำงาน และขนาดสถานศึกษา พบว่าโดยภาพรวมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าด้านการส่งเสริมการจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ
3) แนวทางพัฒนาบทบาทของผู้บริหารควรมุ่งเน้นการวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การนิเทศและติดตามอย่างต่อเนื่อง การประเมินผลที่ยืดหยุ่นและใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน ตลอดจนการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ทั้งด้านกายภาพ ดิจิทัล และสังคม เพื่อเพิ่มความพร้อมของสถานศึกษาในการรับมือกับวิกฤตและสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). หลักสูตรพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจสำหรับผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา. สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2564). สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2563. ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษาแห่งชาติ, สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. ISBN: 978-616-270-316-4
ชยพล พานิชเลิศ และเพียงแข ภูผายาง. (2564). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาต่อการส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการมหานาครจุลทรรศน์, 8(1), 45–57.
มณีรัตน์ จอมสังข์ และทนง ทองภูเบศร์ (2566). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019. วารสารนิติรัฐ, 1(1), 32–41.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2550). แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้คณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจบริหารและจัดการศึกษา พ.ศ.2550. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). แนวทางการบริหารจัดการสถานศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19). กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). สภาวะการศึกษาไทย ปี 2564: สภาวการณ์การจัดการศึกษาตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Barney, J. (1991). Firm resources and sustained competitive advantage. Journal of Management, 17(1), 99–120. https://doi.org/10.1177/014920639101700108
Black, P., & Wiliam, D. (1998). Assessment and classroom learning. Assessment in Education: Principles, Policy & Practice, 5(1), 7–74. https://doi.org/10.1080/0969595980050102
Bozkurt, A., Jung, I., Xiao, J., Vladimirschi, V., Schuwer, R., Egorov, G., Lambert, S. R., Al-Freih, M., Pete, J., Olcott, Jr., D., Rodes, V., Aranciaga, I., Bali, M., Alvarez, Jr., A., V., r Roberts, J., Pazurek, A., Raffaghelli, J. E., Panagiotou, N., Coëtlogon, P. d., ...... Paskevicius, M. (2020). A global outlook to the interruption of education due to COVID-19 pandemic. Asian Journal of Distance Education. 15(1), 1–126.
Bronfenbrenner, U. (1979). The ecology of human development: Experiments by nature and design. Harvard University Press.
Bush, T. (2020). Theories of educational leadership and management (5th ed.). SAGE Publications.
Daniel, S. J. (2020). Education and the COVID-19 pandemic. Prospects, 49(1–2), 91–96. https://doi.org/10.1007/s11125-020-09464-3
DuFour, R., & Eaker, R. (1998). Professional Learning Communities at Work: Best Practices for Enhancing Student Achievement. National Educational Service.
Fullan, M. (2007). The new meaning of educational change (4th ed.). Teachers College Press.
Glickman, C. D., Gordon, S. P. & Ross-Gordon, J. M. (2018). Supervision and Instructional Leadership: A Developmental Approach. (10th ed.). Pearson.
Gorton, R. A. (1983). School administration: Challenge and opportunity for leadership. Dubuque, IA: Wm. C. Brown.
Graham, C. R. (2013). Emerging practice and research in blended learning. (3rd ed.). Routledge
Hallinger, P. (2011). Leadership for learning: Lessons from 40 years of empirical research. Journal of Educational Administration, 49(2), 125–142.
Hord, S. M. (1997). Professional learning communities: Communities of continuous inquiry and improvement. Southwest Educational Development Laboratory.
Linton, R. (1945). The cultural background of personality. Appleton-Century-Crofts.
Merton, R. K. (1968). Social theory and social structure (Enlarged ed.). Free Press.
Sergiovanni, T. J., & Starratt, R. J. (2007). Supervision: A redefinition (8th ed.). McGraw-Hill.
Stiggins, R. J. (2005). From formative assessment to assessment for learning: A path to success in standards-based schools. Phi Delta Kappan, 87(4), 324–328.
UNESCO. (2020). Education in a post-COVID world: Nine ideas for public action. UNESCO.
UNICEF Thailand. (2022). Five impacts of COVID-19 on children in Thailand. UNICEF.
World Health Organization. (2021, March 11). WHO Director-General’s opening remarks at the media briefing on COVID-19 — 11 March 2021. https://www.who.int/news
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพิชญทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจความถูกต้องทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอย่างน้อย 3 คน ความคิดเห็นในวารสารพิชญทรรศน์เป็นความคิดเห็นของผู้นิพนธ์มิใช่ความคิดเห็นของผู้จัดทำ จึงมิใช่ความรับผิดชอบของวารสารพิชญทรรศน์ และบทความในวารสารพิชญทรรศน์สงวนสิทธิ์ตามกฎหมายไทย การจะนำไปเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากกองบรรณาธิการ