กลยุทธ์การสื่อสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนนทบุรี ในการขับเคลื่อนนโยบาย Negative Income Tax
คำสำคัญ:
การสื่อสารเชิงกลยุทธ์, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ภาษีเงินได้ติดลบ, ความเหลื่อมล้ำทางรายได้, การมีส่วนร่วมของประชาชน, จังหวัดนนทบุรีบทคัดย่อ
บทความวิจัยเชิงเอกสารนี้มุ่งศึกษากลยุทธ์การสื่อสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จังหวัดนนทบุรี ในการขับเคลื่อนนโยบาย Negative Income Tax (NIT) ซึ่งเป็นนโยบายภาษีรูปแบบใหม่ที่มีเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้และสร้างระบบภาษีที่เป็นธรรม โดยรัฐบาลมีแผนดำเนินการในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งกำหนดให้ประชาชนคนไทยทุกคนต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แนวทางการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจ ยอมรับ และมีส่วนร่วมกับนโยบาย NIT การศึกษาประยุกต์แนวคิดการสื่อสารเพื่อการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงสังคมของ Servaes (2008) ร่วมกับการวิเคราะห์กรณีการดำเนินนโยบายในต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และฟินแลนด์ ซึ่งประสบความสำเร็จในการดำเนินนโยบายลักษณะเดียวกัน ผลการศึกษาพบว่า กลยุทธ์การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนนโยบาย NIT ในระดับท้องถิ่นควรมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ (1) การสื่อสารแบบสองทางที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง (2) การใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับบริบททางสังคมและเศรษฐกิจของชุมชน และ (3) การบูรณาการสื่อดิจิทัลควบคู่กับช่องทางการสื่อสารดั้งเดิมเพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ การเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิและหน้าที่ทางภาษียังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย NIT อย่างยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
เอกสารอ้างอิง
กรมประชาสัมพันธ์. (2568, 18 สิงหาคม). เดินหน้าใช้ “Negative Income Tax” คนไทยต้องยื่นภาษีทุกคน เริ่มปี 70 คัดกรองสวัสดิการแม่นยำ เป็นธรรม. https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/415447
กระทรวงการคลัง. (2568). การพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนนโยบาย Negative Income Tax. กรุงเทพฯ: กระทรวงการคลัง.
กําพล มหานุกูล และพรทิพย์ เตชะสมบูรณากิจ. (2568). กลยุทธ์การสื่อสารเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ในการพัฒนาการเมืองท้องถิ่นของคณะกรรมการชุมชนในเทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี. วารสารรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 5(1), 84–107.
ญาณิศา แป้งทา. (2567). การวิเคราะห์สภาพปัญหาการนำแผนพัฒนาท้องถิ่นไปปฏิบัติ: กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. [การค้นคว้าอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2024/TU_2024_6603011211_19619_29662.pdf
ฐิติมา อุดมศรี. (2555). การมีส่วนร่วมของประชาชนกับการปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ. Veridian E-Journal, 5(3), 220 – 238.
มารดารัตน์ สุขสง่า และสันต์ชัย รัตนะขวัญ. (2566). การบูรณาการองค์ความรู้ด้านการปกครองท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ, 11(1), 16-24.
วรพล พรหมเงิน, และพนม กุณาวงค์. (2568). ประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางการสื่อสารของผู้ใหญ่บ้าน อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่. วารสารรามคำแหง ฉบับรัฐประศาสนศาสตร์, 8(1), 348 – 383.
ศุภกิตติ์ พุฒลา, และศิริศักดิ์ เหล่าจันขาม. (2566). ปัจจัยความสำเร็จในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงองค์การสู่ท้องถิ่นดิจิทัล: กรณีศึกษาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วารสารการบริหารปกครอง (Governance Journal), 12(2), 215-230.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). รายงานสถานการณ์ความยากจนในประเทศไทย พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
เสกศักดิ์ อยู่ดี, พระมหาดิลกรัศมี ฐิตจาโร (วุฒิยา) และ ภัชลดา สุวรรณนวล. (2566). การบริหารจัดการการปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยสื่อดิจิทัลสังคมออนไลน์. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 10(7), 308-317.
อนุ สารบัญ. (2564). การสื่อสารเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนขององค์การบริหาร ส่วนตำบลทุ่งบุหลัง อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล. [วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช]. https://ir.stou.ac.th/handle/123456789/12351
อรปรียา เสาศิลา. (2567). ประสิทธิผลการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการประชาสัมพันธ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษาเทศบาลเมืองลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน. วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 12(2), 45-55.
เอกกร มีสุข, จุฬารัตน์ จุลภักดิ์, ทนากร ศรีก๊อ, มนูญ วิวรรณ, อรรฆชัย ตระการศาสตร์, วิทยาธร ท่อแก้ว, ปิยฉัตร ล้อมชวการ, หฤทัย ปัญญาวุธตระกูล และหัสพร ทองแดง. (2567). การสื่อสารของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นเลิศ. วารสารร้อยแก่นสารอาคาเดมี, 9(7), 1164- 1185.
Atkinson, A. B. (2015). Inequality: What can be done? Harvard University Press.
Forget, E. (2011). The town with no poverty: The health effects of a Canadian guaranteedannual income field experiment. Canadian Public Policy, 37(3), 283–305.
Guillamón, M. D. Bastida, F. & Benito, B. (2011). The determinants of local government's financial transparency. Local Government Studies (Routledge), 37(4), 391-406.
Hallahan, K., Holtzhausen, D., van Ruler, B., Vercic, D., & Sriramesh, K. (2007). Defining strategic communication. International Journal of Strategic Communication, 1(1), 3–35.
Kangas, O., Jauhiainen, S., Simanainen, M., & Ylikanno, M. (2019). The basic income experiment 2017–2018 in Finland. Ministry of Social Affairs and Health, Finland. https://julkaisut.valtioneuvosto.fi/server/api/core/bitstreams/f2041c17-878d-490c-8c5f-f12ab5cbd70b/content
Moffitt, R. (2003). The Negative Income Tax and the evolution of U.S. welfare policy. Journal of Economic Perspectives, 17(3), 119–140.
OECD. (2017). Trust and Public Policy: How Better Governance Can Help Rebuild Public Trust. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/9789264268920-en
Pressman, J. L., & Wildavsky, A. B. (1973). Implementation: How great expectations in Washington are dashed in Oakland; or, why it's amazing that federal programs work at all, this being a saga of the Economic Development Administration as told by two sympathetic observers who seek to build morals on a foundation of ruined hopes. University of California Press.
Rogers, E. M. (2003). Diffusion of innovations (5th ed.). Free Press.
Servaes, J. (2008). Communication for development and social change. SAGE Publications.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพิชญทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจความถูกต้องทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอย่างน้อย 3 คน ความคิดเห็นในวารสารพิชญทรรศน์เป็นความคิดเห็นของผู้นิพนธ์มิใช่ความคิดเห็นของผู้จัดทำ จึงมิใช่ความรับผิดชอบของวารสารพิชญทรรศน์ และบทความในวารสารพิชญทรรศน์สงวนสิทธิ์ตามกฎหมายไทย การจะนำไปเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากกองบรรณาธิการ