การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง STEAM Education โดยใช้รูปแบบ TP-SMART MODEL เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม เรื่อง พอลิเมอร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดการเรียนรู้ , สภาพที่เป็นจริง, สภาพที่ควรจะเป็น, ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม, STEAM Education , TP-SMART MODELบทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง STEAM Education โดยใช้ TP-SMART MODEL เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมเรื่อง พอลิเมอร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียน 2) พัฒนารูปแบบ 3) ศึกษาผลการใช้ 4) ประเมินผลกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/4 โรงเรียนธาตุพนม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1 ห้องเรียน 26 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI Modified) ทดสอบค่าที (Match paired t-test)
ผลการศึกษาพบว่า
1) ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นของการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียน มากที่สุด คือ การคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม PNIModified=.294
2) การพัฒนารูปแบบมีความสอดคล้องมีค่าระหว่าง 0.80-1.00 และค่าเฉลี่ยรวม 0.933 ผลการยืนยัน พบว่า องค์ประกอบโดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.258, S.D.=0.668)
3) ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังใช้รูปแบบ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
4) การประเมินผลการใช้รูปแบบโดยภาพรวม ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (= 4.29, S.D.=0.65)
เอกสารอ้างอิง
จุลมณี สุระโยธิน, เจษฎา กิตติสุนทร และ กิติพงษ์ ลือนาม (2562). การพัฒนาหลักสูตรบูรณาการเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารราชพฤกษ์, 17(3), 43-51.
เบญจวรรณ ถนอมชยธวัช, ผ่องศรี วาณิชย์ศุภวงศ์, วุฒิชัย เนียมเทศ และ ณัฐวิทย์ พจนตันติ (2559). ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21: ความท้าทายในการพัฒนานักศึกษา. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 3(2), 208-221.
มัสยา บัวผัน, สิราวรรณ จรัสรวีวัฒน์, และ อาพันธ์ชนิต เจนจิต. (2563). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสตีมที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคิดสร้างสรรค์ และเจตคติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 48(2), 203–224.
สำนักเลขาธิการการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 21 เซนจูรี่.
สุนารี ศรีบุญ, และ วิสูตร โพธิ์เงิน. (2562). ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด STEAM Education โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. Journal of Education Studies, 47(1), 526–540.
Conradty, C., & Franz, B. (2020). STEAM teaching professional development works: Effects on students' creativity and motivation. Smart Learning Environments, 7(1). https://doi.org/10.1186/s40561-020-00132-9
Khamhaengpol, A., Phewphong, S., & Chuamchaitrakool, P. (2022). STEAM activity on biodiesel production: Encouraging creative thinking and basic science process skills of high school students. Journal of Chemical Education, 99(2), 736–744.
Pasani, C. F., & Amelia, R. (2021). Introduction of the integrative STEAM approach as a learning innovation in the COVID-19 pandemic in South Kalimantan. Journal of Physics: Conference Series, 1832, 1–9.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพิชญทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจความถูกต้องทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอย่างน้อย 3 คน ความคิดเห็นในวารสารพิชญทรรศน์เป็นความคิดเห็นของผู้นิพนธ์มิใช่ความคิดเห็นของผู้จัดทำ จึงมิใช่ความรับผิดชอบของวารสารพิชญทรรศน์ และบทความในวารสารพิชญทรรศน์สงวนสิทธิ์ตามกฎหมายไทย การจะนำไปเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากกองบรรณาธิการ